ผู้เขียน
โรงพยาบาลธนบุรี
ให้ Ai ช่วยสรุปบทความนี้
เสียงกรนเกิดจากการสั่นของเนื้อเยื่อบริเวณทางเดินหายใจส่วนบนเมื่ออากาศไหลผ่าน บางคนกรนเป็นครั้งคราว เช่น ช่วงคัดจมูก หรือหลังดื่มแอลกอฮอล์ แต่บางคนมีทางเดินหายใจตีบแคบหรือปิดลงซ้ำ ๆ ระหว่างหลับ จนเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น หรือ Obstructive Sleep Apnea: OSA
เมื่อการหายใจสะดุด ร่างกายอาจมีระดับออกซิเจนลดลงและตื่นตัวช่วงสั้น ๆ เพื่อกลับมาหายใจ เหตุการณ์นี้อาจเกิดโดยที่เจ้าตัวจำไม่ได้ว่าตื่น จึงมีคนจำนวนหนึ่งที่คิดว่าตนเองหลับยาวทั้งคืน แต่กลับง่วงมากในเวลากลางวัน
อย่างไรก็ตาม คนที่นอนกรนไม่ได้มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับทุกคน และคนที่มีภาวะนี้ก็อาจไม่ได้เล่าว่าตนเองกรนดังเสมอไป ความดังของเสียงจึงไม่สามารถใช้บอกความรุนแรงของโรคได้ ต้องพิจารณาร่วมกับอาการ ประวัติสุขภาพ และผลตรวจ
หากคนในบ้านสังเกตว่ามีช่วงเงียบเหมือนหยุดหายใจ ก่อนตามด้วยเสียงเฮือกหรือการสะดุ้งตื่น ข้อมูลนี้มีประโยชน์ต่อการประเมิน สามารถเริ่มปรึกษาเรื่องอาการได้ที่ ศูนย์หู คอ จมูก โรงพยาบาลธนบุรี
Sleep test เป็นคำที่ใช้เรียกการตรวจเกี่ยวกับการนอนหลับ โดยการตรวจมาตรฐานแบบครบชุดที่เรียกว่า Polysomnography หรือ PSG จะบันทึกสัญญาณหลายอย่างพร้อมกันระหว่างหลับ เช่น คลื่นไฟฟ้าสมอง การเคลื่อนไหวของดวงตา การทำงานของกล้ามเนื้อ การเต้นของหัวใจ ลมหายใจ ความพยายามในการหายใจ และระดับออกซิเจนในเลือด
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์เชื่อมโยงเหตุการณ์เข้าด้วยกัน เช่น ช่วงที่ลมหายใจลดลงมีความพยายามในการหายใจอยู่หรือไม่ ออกซิเจนลดลงตามหรือเปล่า และมีการตื่นตัวจากหลับร่วมด้วยหรือไม่ จึงให้รายละเอียดมากกว่าการฟังเสียงกรนหรือดูจำนวนชั่วโมงนอนเพียงอย่างเดียว
การตรวจไม่ได้ใช้วินิจฉัยทุกปัญหาการนอนด้วยวิธีเดียวกันทั้งหมด หากสงสัยโรคลมหลับ การเคลื่อนไหวผิดปกติระหว่างหลับ หรือความผิดปกติชนิดอื่น แพทย์อาจเลือกการตรวจเพิ่มเติม ส่วนแบบประเมินความง่วงหรือแบบคัดกรองความเสี่ยงช่วยประกอบการตัดสินใจ แต่ไม่สามารถแทนการตรวจวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้
ไม่จำเป็นต้องรอให้คนข้าง ๆ ทนเสียงกรนไม่ไหวก่อนจึงไปตรวจ สิ่งที่ควรนำมาพิจารณาคืออาการขณะหลับ ความรู้สึกหลังตื่น และผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเมื่อหลายอาการเกิดร่วมกัน
การกรนร่วมกับช่วงหยุดหายใจ หายใจเฮือก หรือสะดุ้งตื่นเหมือนหายใจไม่ทัน เป็นข้อมูลที่ควรแจ้งแพทย์ แม้เจ้าตัวจะไม่รู้สึกผิดปกติในตอนกลางวันก็ตาม หากเป็นไปได้ ให้คนที่นอนใกล้กันช่วยเล่าลักษณะและความถี่โดยประมาณ ไม่จำเป็นต้องเฝ้าจับเวลาทุกคืน
การง่วงหลังนอนน้อยหนึ่งคืนต่างจากความง่วงที่เกิดซ้ำแม้จัดเวลาให้นอนเพียงพอแล้ว หากเผลอหลับในการประชุม ขณะอ่านหนังสือ หรือระหว่างขับรถ ควรรับการประเมินโดยเร็ว ระหว่างที่ยังง่วงมากควรงดขับรถและทำงานกับเครื่องจักร เพราะความปลอดภัยไม่ควรรอจนกว่าจะได้ผลตรวจ
ปากแห้ง ปวดศีรษะตอนเช้า ตื่นบ่อย หรือสมาธิลดลง อาจพบร่วมกับปัญหาการหายใจขณะหลับ แต่แต่ละอาการมีสาเหตุอื่นได้ด้วย แพทย์จึงต้องถามเรื่องการนอน ยาที่ใช้ โรคประจำตัว และตรวจร่างกายประกอบ
น้ำหนักเกิน โครงสร้างขากรรไกรหรือทางเดินหายใจ และประวัติครอบครัวเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม คนรูปร่างผอมก็มี OSA ได้ จึงไม่ควรใช้รูปร่างตัดสินว่าไม่ต้องตรวจ สำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูงควบคุมยากหรือโรคหัวใจร่วมกับอาการน่าสงสัย ควรแจ้งแพทย์เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของการตรวจ
คำว่า “ตรวจการนอนหลับ” อาจหมายถึงการตรวจที่บันทึกข้อมูลไม่เท่ากัน ก่อนเลือกจากความสะดวกหรือราคา ควรถามให้ชัดว่าการตรวจนั้นวัดอะไร และเหมาะกับปัญหาที่กำลังสงสัยหรือไม่
การตรวจ PSG ในห้องตรวจการนอนหลับมีเจ้าหน้าที่ดูแลสัญญาณตลอดคืน และบันทึกข้อมูลที่ใช้แยกช่วงหลับกับช่วงตื่นได้ เหมาะเมื่อแพทย์ต้องการข้อมูลละเอียด มีข้อสงสัยเกี่ยวกับความผิดปกติอื่นร่วมด้วย หรือมีโรคประจำตัวที่ทำให้การตรวจแบบจำกัดสัญญาณไม่เพียงพอ
Home Sleep Apnea Test หรือ HSAT ใช้อุปกรณ์พกพาบันทึกข้อมูลเพื่อประเมินการหายใจขณะหลับในผู้ใหญ่บางกลุ่ม โดยทั่วไปบันทึกสัญญาณน้อยกว่า PSG และหลายระบบไม่มีคลื่นสมอง จึงอาจประเมินเวลาหลับจริงและความรุนแรงได้ต่างจากการตรวจแบบครบชุด
ตามแนวทาง AASM การตรวจชนิดนี้เป็นทางเลือกสำหรับผู้ใหญ่ที่ไม่มีภาวะซับซ้อนและมีความเสี่ยงต่อ OSA ระดับปานกลางถึงรุนแรงจากการประเมินของแพทย์ ไม่เหมาะสำหรับการใช้ตรวจทุกคนโดยไม่ประเมินก่อน ผู้ที่มีโรคหัวใจหรือปอดสำคัญ สงสัยภาวะหายใจต่ำ ใช้ยากลุ่มโอปิออยด์เรื้อรัง มีประวัติโรคหลอดเลือดสมอง หรือมีอาการนอนไม่หลับรุนแรง อาจต้องเลือก PSG แทน
หากตรวจที่บ้านแล้วผลเป็นลบ ผลไม่ชัดเจน หรือบันทึกข้อมูลไม่สมบูรณ์ แต่ยังมีเหตุให้สงสัยโรค แพทย์อาจให้ตรวจ PSG ต่อ การตรวจที่บ้านยังมีแบบครบชุดบางระบบด้วย จึงควรถามชนิดการตรวจให้ชัด แทนการสรุปว่าทุกการตรวจที่บ้านเหมือนกัน
โดยทั่วไปการตรวจแบบค้างคืนเริ่มจากการทบทวนอาการและเตรียมติดอุปกรณ์ เจ้าหน้าที่จะติดเซนเซอร์บริเวณศีรษะ ใบหน้า หน้าอก หรือขาตามชนิดการตรวจ ใส่อุปกรณ์วัดลมหายใจและเครื่องวัดออกซิเจนที่นิ้ว แล้วตรวจสอบว่าสัญญาณพร้อมบันทึก
อุปกรณ์ส่วนใหญ่เป็นเซนเซอร์ติดภายนอก ไม่ใช่การเจาะเลือดหรือส่งกระแสไฟฟ้าเข้าร่างกายเพื่อทำให้หลับ อาจรู้สึกแปลกเพราะมีสายติดอยู่ หรือมีผิวระคายเคืองเล็กน้อยจากวัสดุยึดเซนเซอร์ แต่การตรวจโดยทั่วไปไม่เจ็บ
เมื่อติดอุปกรณ์แล้วจะให้นอนตามเวลาที่จัดไว้ หากต้องเข้าห้องน้ำหรือรู้สึกไม่สบาย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ ไม่จำเป็นต้องฝืนอยู่นิ่งตลอดคืน การบันทึกมักดำเนินตลอดคืน โดยเวลาที่นอนจริงอาจต่างกันในแต่ละคน
บางรายอาจมีการประเมินและปรับแรงดันเครื่องช่วยเปิดทางเดินหายใจในคืนเดียวกัน เมื่อเข้าเงื่อนไขที่ทีมรักษากำหนด แต่ไม่ได้ทำเช่นนี้กับทุกคน ควรถามก่อนตรวจว่าคืนที่นัดเป็นการตรวจเพื่อวินิจฉัยอย่างเดียว หรือมีแผนทดสอบการรักษาร่วมด้วย
เป้าหมายไม่ใช่การทำให้ตัวเองเหนื่อยที่สุดเพื่อบังคับให้หลับ แต่เป็นการเตรียมร่างกายและข้อมูลให้พร้อมตามคำแนะนำของหน่วยตรวจ
คนที่ทำงานเป็นกะหรือมีเวลานอนต่างจากคนทั่วไปควรแจ้งล่วงหน้า เพื่อให้ทีมตรวจวางแผนให้เหมาะสม หากยังไม่แน่ใจเรื่องการเตรียมตัว สามารถสอบถามผ่าน ช่องทางติดต่อโรงพยาบาลธนบุรี ก่อนวันนัด
หลังตรวจเสร็จ ข้อมูลต้องได้รับการตรวจสอบและแปลผล ไม่ใช่แค่ดูกราฟบนหน้าจอแล้วตัดสินว่าปกติหรือผิดปกติ แพทย์จะพิจารณาเหตุการณ์การหายใจ ระดับออกซิเจน และข้อมูลอื่นตามชนิดการตรวจ รวมถึงอาการและโรคร่วมของผู้รับการตรวจ
ในรายงาน PSG อาจพบค่า Apnea-Hypopnea Index หรือ AHI ซึ่งสะท้อนจำนวนครั้งของการหยุดหายใจและหายใจลดลงเฉลี่ยต่อชั่วโมงของการนอน ส่วนการตรวจที่บ้านบางชนิดรายงานดัชนีโดยใช้เวลาบันทึกหรือเวลาที่ระบบประมาณว่าใช้ประเมินได้ จึงไม่ควรเทียบตัวเลขข้ามชนิดการตรวจโดยไม่ดูรายละเอียด [4, 5]
สิ่งที่ควรถามในวันฟังผลคือ พบความผิดปกติแบบใด มีผลต่อออกซิเจนและอาการอย่างไร จำเป็นต้องรักษาหรือไม่ และมีทางเลือกอะไรบ้าง ตัวเลขเดียวไม่สามารถอธิบายทุกอย่างเกี่ยวกับคุณภาพการนอน และผลที่ยังไม่พบโรคก็ไม่ได้หมายความว่าความง่วงหรือความเหนื่อยนั้นไม่มีสาเหตุ [2, 4]
เมื่อทราบว่าปัญหาเกิดจากอะไร การรักษาจะมีเป้าหมายชัดขึ้น สำหรับ OSA แพทย์พิจารณาความรุนแรง อาการ โครงสร้างทางเดินหายใจ โรคร่วม และความเหมาะสมของแต่ละทางเลือก ไม่ใช่ทุกคนต้องใช้วิธีเดียวกัน
การดูแลน้ำหนักในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน ออกกำลังกาย เลิกบุหรี่ ลดแอลกอฮอล์ และรักษาเวลานอนให้สม่ำเสมอเป็นส่วนหนึ่งของการดูแล บางคนที่อาการสัมพันธ์กับท่านอนอาจได้รับคำแนะนำให้นอนตะแคง แต่การเปลี่ยนหมอนหรือนอนตะแคงเพียงอย่างเดียวไม่ควรใช้แทนแผนรักษาที่แพทย์แนะนำ โดยเฉพาะเมื่อมีความผิดปกติสำคัญ
เครื่องแรงดันบวก เช่น CPAP ช่วยส่งลมผ่านหน้ากากเพื่อประคองทางเดินหายใจให้เปิดขณะหลับ การเลือกหน้ากากและการปรับใช้งานมีผลต่อความสบาย หากมีปากแห้ง ลมรั่ว หรือรู้สึกอึดอัด ควรแจ้งทีมรักษาเพื่อแก้ปัญหา แทนการเลิกใช้เองโดยไม่มีแผนต่อเนื่อง
อุปกรณ์เลื่อนขากรรไกรเป็นอีกทางเลือกในผู้ที่เหมาะสม ต้องได้รับการประเมินและปรับโดยผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่อุปกรณ์กันกรนสำเร็จรูปทุกชิ้นจะรักษา OSA ได้ การติดตามช่วยตรวจว่าทางเลือกนั้นควบคุมโรคได้จริงหรือไม่
ผู้ที่มีความผิดปกติของโครงสร้างบางชนิดหรือมีข้อจำกัดในการรักษาด้วยวิธีอื่น อาจได้รับการประเมินเรื่องผ่าตัด โดยต้องดูว่าปัญหาอยู่ที่ใด ประโยชน์ที่คาดหวังคืออะไร และมีความเสี่ยงอย่างไร การผ่าตัดไม่ได้รับประกันว่าทุกคนจะหายจาก OSA และยังต้องติดตามอาการหรือผลการตรวจตามแผน
การตื่นสดชื่นขึ้นเป็นสัญญาณที่ดี แต่ควรดูร่วมกับข้อมูลการรักษาและอาการอื่น เช่น ยังง่วงหรือไม่ คนในบ้านยังเห็นช่วงหายใจสะดุดหรือเปล่า และใช้อุปกรณ์ได้ต่อเนื่องเพียงใด
แพทย์จะกำหนดการติดตามตามวิธีรักษาและปัญหาของแต่ละคน ไม่จำเป็นต้องรอหลายเดือนหากมีอุปกรณ์รั่ว ใส่ไม่ได้ หรืออาการแย่ลง หากน้ำหนักเปลี่ยนมาก มีโรคประจำตัวเปลี่ยนแปลง หรืออาการกลับมา ควรแจ้งทีมรักษาเพื่อทบทวนแผน และไม่หยุดเครื่องเองเพียงเพราะเสียงกรนลดลง
เสียงกรนที่คนในบ้านเล่าให้ฟัง ความง่วงที่ทำให้ทำงานยากขึ้น หรือความเหนื่อยหลังตื่น อาจเป็นข้อมูลเล็ก ๆ ที่ช่วยเปิดทางไปสู่การค้นหาสาเหตุ ไม่จำเป็นต้องตัดสินเองว่าเป็นโรคอะไร และไม่ต้องรอให้ทุกอาการเกิดพร้อมกัน
Sleep test ช่วยให้การดูแลมีข้อมูลรองรับ แต่การเลือกตรวจควรเริ่มจากการประเมินที่เหมาะสม หากกำลังสงสัยเรื่องนอนกรนหรือหายใจสะดุดระหว่างหลับ สามารถอ่านรายละเอียดของ ศูนย์หู คอ จมูก โรงพยาบาลธนบุรี และ ติดต่อโรงพยาบาลเพื่อสอบถามการนัดประเมิน การเริ่มคุยจากอาการที่เกิดขึ้นจริงช่วยให้แพทย์เลือกขั้นตอนถัดไปได้ตรงกับปัญหามากขึ้น
ไม่ใช่ทุกคนที่นอนกรนต้องตรวจทันที แต่การกรนเป็นประจำควรนำมาประเมินร่วมกับอาการอื่น โดยเฉพาะมีคนเห็นว่าหยุดหายใจ สะดุ้งเฮือก ตื่นไม่สดชื่น หรือง่วงมากระหว่างวัน แพทย์จะถามประวัติ ตรวจร่างกาย และพิจารณาว่าควรตรวจชนิดใด
ความดังของเสียงกรนอย่างเดียวบอกไม่ได้ว่ามี OSA หรือรุนแรงเพียงใด คนที่รู้สึกว่าตนเองไม่ง่วงก็อาจยังต้องตรวจหากมีข้อมูลอื่นน่าสงสัย ส่วนคนที่ง่วงอาจมีสาเหตุจากการนอนไม่พอ ยาที่ใช้ หรือโรคอื่น จึงควรเล่าอาการให้ครบแทนการตัดสินจากกรนดังหรือไม่ดัง
Sleep test โดยทั่วไปไม่เจ็บ เพราะใช้เซนเซอร์ภายนอกบันทึกสัญญาณ อาจรู้สึกไม่คุ้นกับสายหรือมีผิวระคายเคืองเล็กน้อย แต่ไม่ได้ทำให้หลับด้วยการส่งกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ร่างกาย
หากกังวลว่าจะหลับยาก ควรแจ้งก่อนตรวจ และรักษาการนอนให้ใกล้เคียงปกติ ไม่อดนอนหรือกินยานอนหลับเพิ่มเอง หากคืนตรวจหลับได้น้อย ทีมตรวจและแพทย์จะประเมินว่าข้อมูลเพียงพอต่อคำถามทางการแพทย์หรือไม่ ไม่ได้แปลว่าการตรวจใช้ไม่ได้ทันทีทุกกรณี แต่หากข้อมูลไม่เพียงพออาจต้องตรวจซ้ำหรือปรับแผน
ตรวจที่บ้านได้ในผู้ที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสม โดย HSAT เป็นทางเลือกสำหรับผู้ใหญ่บางกลุ่มที่สงสัย OSA และไม่มีภาวะซับซ้อน การตรวจแบบนี้สะดวกเพราะนอนในสภาพแวดล้อมคุ้นเคย แต่ข้อมูลที่บันทึกอาจน้อยกว่าการตรวจ PSG
หากผลเป็นลบ ไม่ชัดเจน หรืออุปกรณ์บันทึกไม่สมบูรณ์ ไม่ควรสรุปเองว่าไม่มีโรค โดยเฉพาะยังมีช่วงหยุดหายใจหรือความง่วงมาก แนวทาง AASM แนะนำให้ตรวจ PSG ต่อในสถานการณ์ดังกล่าว นอกจากนี้การตรวจที่บ้านมีหลายรูปแบบ จึงต้องทราบว่าชุดตรวจของตนบันทึกอะไรและมีข้อจำกัดอย่างไร
อาการนอนไม่หลับไม่ได้จำเป็นต้องตรวจ PSG ทุกราย การประเมินมักเริ่มจากประวัติ เวลานอน เวลาตื่น พฤติกรรมก่อนนอน ยาที่ใช้ และผลกระทบระหว่างวัน อาจใช้บันทึกการนอนช่วยให้เห็นรูปแบบของปัญหา
แพทย์อาจพิจารณาตรวจเมื่อสงสัยความผิดปกติอื่นร่วม เช่น หยุดหายใจขณะหลับ หรือการเคลื่อนไหวผิดปกติระหว่างหลับ การตรวจ HSAT ก็ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยโรคนอนไม่หลับโดยตรง หากมีนอนไม่หลับรุนแรงและต้องประเมิน OSA แพทย์อาจเลือก PSG เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เหมาะสมกว่า ดังนั้นควรเริ่มจากบอกลักษณะปัญหา ไม่ใช่เลือกซื้อการตรวจเองจากชื่อบริการ
ไม่ใช่ทุกคนต้องผ่าตัด และระยะเวลาการใช้ CPAP ขึ้นอยู่กับโรคและการประเมินต่อเนื่องของแพทย์ CPAP เป็นการรักษาสำคัญที่ช่วยประคองทางเดินหายใจขณะใช้งาน แต่ทางเลือกอื่น เช่น การดูแลน้ำหนัก อุปกรณ์ในช่องปาก หรือการผ่าตัด อาจเหมาะกับผู้ป่วยบางราย
หากน้ำหนักลดลงหรือรักษาโครงสร้างทางเดินหายใจแล้ว อาจต้องประเมินซ้ำเพื่อดูว่าโรคเปลี่ยนไปมากน้อยเพียงใด ไม่ควรหยุดเครื่องเพราะกรนเบาลงหรือรู้สึกดีขึ้นเพียงอย่างเดียว ส่วนคนที่ใส่หน้ากากไม่สบายควรขอให้ทีมรักษาช่วยปรับ เพราะปัญหาลมรั่ว ปากแห้ง หรือความอึดอัดอาจแก้ไขได้ การตัดสินใจเปลี่ยนหรือหยุดการรักษาควรใช้ข้อมูลร่วมกับอาการ
โปรแกรมตรวจภูมิแพ้ Skin Test และ IgE 45 ชนิด
วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่
โปรแกรมตรวจสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ Active Senior 60+
แพ็กเกจตรวจสุขภาพผู้ป่วยเบาหวาน
แพ็กเกจ TMS กระตุ้นสมองด้วยสนามแม่เหล็ก
วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี สำหรับผู้ใหญ่