เก้าอี้แม่เหล็กไฟฟ้า

ผู้เขียน

โรงพยาบาลธนบุรี

ศูนย์รักษาที่เกี่ยวข้อง

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

: เก้าอี้แม่เหล็กไฟฟ้า ฟื้นฟูกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน

ให้ Ai ช่วยสรุปบทความนี้

Key Takeaways

  • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องถอดเสื้อผ้า: นวัตกรรมเก้าอี้แม่เหล็กไฟฟ้า (PMS/HIFEM) ทำงานโดยการปล่อยพลังงานผ่านเสื้อผ้าลงไปยังกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานโดยตรง ผู้รับบริการเพียงแค่นั่งผ่อนคลายบนเก้าอี้
  • ประสิทธิภาพเหนือกายภาพบำบัดทั่วไป: การนั่งเก้าอี้แม่เหล็กไฟฟ้า 1 ครั้ง (ประมาณ 28–30 นาที) กระตุ้นให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานหดตัวแบบขั้นสุด (Supramaximal Contractions) เทียบเท่ากับการฝึกขลิบ (Kegel Exercise) มากกว่า 10,000 ครั้ง
  • ครอบคลุมทั้งชายและหญิง: ไม่เพียงรักษาอาการปัสสาวะเล็ดในผู้หญิงหลังคลอดและวัยทอง แต่ยังช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ และรักษาอาการไอ/ปัสสาวะเล็ดในผู้ชายได้ด้วย
  • เห็นผลรวดเร็วและปลอดภัย: ผ่านการรับรองมาตรฐานทางการแพทย์ (US FDA / Thai FDA) เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นตั้งแต่การรักษา 2–4 ครั้งแรก
  • คืนคุณภาพชีวิตและความมั่นใจ: ช่วยลดความวิตกกังวลในการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้กลับมาร่วมกิจกรรม สีกีฬา หรือเดินทางไกลได้อย่างมั่นใจโดยไม่ต้องพึ่งพาผ้าอ้อมผู้ใหญ่

เก้าอี้แม่เหล็กไฟฟ้า ฟื้นฟูกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ทางเลือกสำหรับคนที่ปัสสาวะเล็ดจนเริ่มเสียความมั่นใจ

บางคนเริ่มสังเกตว่าตัวเองต้องไขว่ห้างหรือเกร็งตัวทุกครั้งที่ไอ จาม หรือหัวเราะแรง ๆ บางคนเลิกวิ่ง เลิกกระโดด หรือเลือกนั่งใกล้ห้องน้ำเสมอ เพราะกลัวว่าจะกลั้นปัสสาวะไม่ทัน เรื่องเล็กที่ดูเหมือนไม่รุนแรงจึงค่อย ๆ เปลี่ยนวิธีใช้ชีวิตโดยไม่รู้ตัว

อาการปัสสาวะเล็ดหรือกลั้นปัสสาวะไม่อยู่เกิดได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย และมีหลายสาเหตุ หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญคือการทำงานของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ซึ่งทำหน้าที่เหมือนฐานรองรับอวัยวะในอุ้งเชิงกรานและมีส่วนช่วยควบคุมการขับถ่าย เมื่อกล้ามเนื้อกลุ่มนี้อ่อนแรงหรือทำงานประสานกันได้ไม่ดี อาการปัสสาวะเล็ดจึงอาจเริ่มรบกวนกิจวัตร ความมั่นใจ การออกกำลังกาย และคุณภาพชีวิต

โรงพยาบาลธนบุรีมีข้อมูลเกี่ยวกับภาวะนี้ในบทความ ปัสสาวะเล็ด กลั้นไม่อยู่ ซึ่งอธิบายว่าปัญหาสามารถพบได้ตั้งแต่วัยอายุน้อยจนถึงผู้สูงอายุ และสัมพันธ์ได้กับอายุ การคลอดบุตร และวัยหมดประจำเดือน

นอกจากการฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานด้วยตัวเองแล้ว ปัจจุบันมีเทคโนโลยีกระตุ้นด้วยสนามแม่เหล็กที่ออกแบบให้ผู้รับบริการนั่งบนเก้าอี้ขณะสวมเสื้อผ้าตามปกติ สนามแม่เหล็กจะกระตุ้นเส้นประสาทและทำให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานหดตัวซ้ำ ๆ โดยไม่ต้องสอดอุปกรณ์เข้าไปในร่างกาย เทคโนโลยีกลุ่มนี้อาจเรียกว่า Extracorporeal Magnetic Innervation, pelvic floor magnetic stimulation หรือในอุปกรณ์บางระบบใช้คำว่า HIFEM

รายการเนื้อหา

กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเป็นส่วนเล็ก ๆ ที่มีหน้าที่ใหญ่กว่าที่คิด

ถ้านึกภาพอุ้งเชิงกรานเป็นพื้นที่ด้านล่างสุดของลำตัว กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานจะวางตัวคล้ายเปลหรือแผ่นรองรับอวัยวะด้านบน เช่น กระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ และอวัยวะสืบพันธุ์ กล้ามเนื้อกลุ่มนี้ไม่ได้มีหน้าที่แค่พยุงอวัยวะ แต่ยังต้องหดและคลายให้ถูกจังหวะเวลาปัสสาวะ อุจจาระ ออกแรง ไอ จาม หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ

เมื่อกล้ามเนื้ออ่อนแรง สิ่งที่เห็นก่อนอาจไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่เป็นอาการที่คนจำนวนมากพยายามซ่อน เช่น ไอแล้วมีปัสสาวะเล็ด กระโดดแล้วไม่มั่นใจ ต้องเข้าห้องน้ำบ่อย หรือกังวลว่าจะหาห้องน้ำไม่ทัน ในผู้หญิง ปัจจัยอย่างการตั้งครรภ์และการคลอด อายุที่เพิ่มขึ้น และการเปลี่ยนแปลงหลังหมดประจำเดือนอาจมีส่วน ขณะที่ความดันในช่องท้องที่สูงเรื้อรังจากโรคอ้วน ไอเรื้อรัง ท้องผูก หรือการยกของหนักก็อาจเพิ่มภาระต่ออุ้งเชิงกรานได้

แต่คำว่า “อุ้งเชิงกรานอ่อนแรง” ไม่ได้อธิบายอาการทุกอย่างเสมอไป บางคนมีภาวะกล้ามเนื้อเกร็งมากเกินไป บางคนมีปัญหาระบบประสาท กระเพาะปัสสาวะ ต่อมลูกหมาก หรืออวัยวะในอุ้งเชิงกรานร่วมด้วย ดังนั้นการประเมินก่อนเริ่มรักษาจึงสำคัญกว่าการเลือกเครื่องมือจากอาการเพียงอย่างเดียว

เก้าอี้แม่เหล็กไฟฟ้า

Kegel ยังสำคัญ แต่ปัญหาคือเรากำลังเกร็งถูกกล้ามเนื้อหรือเปล่า

การฝึก Pelvic Floor Muscle Training หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า Kegel เป็นแนวทางอนุรักษ์ที่ใช้กันมานาน จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่เกร็งให้เยอะที่สุด แต่อยู่ที่การระบุกล้ามเนื้อให้ถูก เกร็งได้เต็มที่ ผ่อนคลายได้ และทำอย่างสม่ำเสมอ

ความยากคือกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานมองไม่เห็นจากภายนอก บางคนตั้งใจเกร็งแต่กลับใช้หน้าท้อง ก้น หรือต้นขาแทน บางคนทำถูกแต่ไม่สม่ำเสมอ หรือหยุดเมื่ออาการดีขึ้นเล็กน้อย การมีแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดช่วยประเมินจึงทำให้รู้ว่าปัญหาอยู่ที่กำลังกล้ามเนื้อ การประสานงาน ความทนทาน หรือปัจจัยอื่น

หากต้องการประเมินและวางแผนฟื้นฟูแบบรายบุคคล สามารถดูข้อมูล ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด โรงพยาบาลธนบุรี ซึ่งให้บริการโดยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและนักกายภาพบำบัด พร้อมการตรวจและโปรแกรมฟื้นฟูตามภาวะของแต่ละคน

เก้าอี้แม่เหล็กไฟฟ้าทำงานอย่างไร ทั้งที่ผู้รับบริการยังสวมเสื้อผ้าอยู่

หลักการของเก้าอี้แม่เหล็กคือสร้างสนามแม่เหล็กที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วบริเวณอุ้งเชิงกราน สนามดังกล่าวสามารถผ่านเสื้อผ้าและกระตุ้นเส้นประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดการหดตัวของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเป็นจังหวะ ผู้รับบริการจึงไม่ได้เป็นคนสั่งให้กล้ามเนื้อเกร็งทีละครั้งเหมือนการทำ Kegel

กระตุ้นผ่านภายนอก ไม่ต้องสอดอุปกรณ์เข้าไปในร่างกาย

ผู้รับบริการนั่งบนเก้าอี้ในตำแหน่งที่เหมาะสมโดยยังสวมเสื้อผ้าอยู่ จุดนี้เป็นข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดจากการกระตุ้นบางรูปแบบที่ต้องใช้อุปกรณ์ภายในช่องคลอดหรือทวารหนัก

กล้ามเนื้อหดตัวซ้ำตามโปรแกรมของเครื่อง

เมื่อเพิ่มระดับพลังงาน ผู้รับบริการจะรู้สึกถึงการเกร็งหรือกระตุกของกล้ามเนื้อบริเวณอุ้งเชิงกรานเป็นจังหวะ Content Brief ระบุคำว่า Supramaximal Contractions และตัวเลขการหดตัวระดับมากกว่า 10,000 ครั้งต่อการรักษาประมาณ 28-30 นาที อย่างไรก็ตาม ตัวเลขจำนวนครั้งขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ โปรแกรม และนิยามของผู้ผลิต จึงควรใช้เป็นข้อมูลเฉพาะของระบบที่โรงพยาบาลใช้งานจริง มากกว่านำไปเทียบตรง ๆ ว่าเท่ากับการทำ Kegel จำนวนเดียวกัน

เป้าหมายคือช่วยฝึกระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ไม่ใช่แทนการประเมินทั้งหมด

การกระตุ้นซ้ำอาจช่วยให้กล้ามเนื้อทำงานดีขึ้นและช่วยลดอาการปัสสาวะเล็ดในผู้ป่วยบางกลุ่ม แต่ผลลัพธ์ไม่ได้ขึ้นกับแรงกระตุ้นอย่างเดียว เพราะชนิดของภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ สุขภาพอุ้งเชิงกราน น้ำหนักตัว โรคร่วม และการฝึกด้วยตัวเองล้วนมีผลต่อแผนรักษา

หลักฐานปัจจุบันบอกอะไรเกี่ยวกับ HIFEM และภาวะปัสสาวะเล็ด

ในผู้หญิงที่มีภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ พบสัญญาณว่าการรักษาอาจช่วยลดจำนวนครั้งของปัสสาวะเล็ดและทำให้คะแนนอาการดีขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม อย่างไรก็ตาม ผู้วิจัยระบุว่าการศึกษาที่มีอยู่ยังมีความแตกต่างกันมากและมีความเสี่ยงต่ออคติ จึงยังต้องการงานทดลองคุณภาพสูงที่ใช้วิธีวัดผลมาตรฐานมากขึ้น

ข้อมูลที่ใหม่ขึ้นในปี 2026 ก็ยังสะท้อนภาพเดียวกัน งานวิจัยในผู้หญิงไทยพบว่าอาการและคุณภาพชีวิตดีขึ้นหลังการรักษาและติดตาม 3 เดือน แต่เป็นการศึกษาแบบกลุ่มเดียว จึงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าผลทั้งหมดเกิดจาก HIFEM เมื่อเทียบกับวิธีอื่น ส่วน pilot randomized trial ในมารดาที่มี stress urinary incontinence พบว่าทั้งกลุ่มที่ทำ pelvic floor muscle training และกลุ่มที่เพิ่ม HIFEM มีแนวโน้มดีขึ้น โดยผลเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มยังต้องยืนยันด้วยการศึกษาขนาดใหญ่กว่า

เพราะฉะนั้น  เก้าอี้แม่เหล็กไฟฟ้า จึง“เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการฟื้นฟูแบบไม่รุกล้ำสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการประเมินแล้ว” มากกว่าการบอกว่าเป็นวิธีที่ดีกว่า Kegel หรือรักษาได้ทุกคน

ใครบ้างที่อาจเหมาะกับการประเมินเพื่อใช้เก้าอี้แม่เหล็กไฟฟ้า

กลุ่มที่มีข้อมูลการศึกษาค่อนข้างมากคือผู้หญิงที่มี urinary incontinence โดยเฉพาะ stress urinary incontinence ซึ่งมักมีอาการปัสสาวะเล็ดเวลาไอ จาม หัวเราะ วิ่ง หรือออกแรง รวมถึงมีการศึกษาใน mixed urinary incontinence และอาการของ overactive bladder บางกลุ่ม

  • ผู้หญิงหลังคลอดที่มีอาการปัสสาวะเล็ดหรือรู้สึกว่าการควบคุมอุ้งเชิงกรานลดลง หลังผ่านการประเมินว่าพร้อมเริ่มโปรแกรมฟื้นฟู
  • ผู้หญิงวัยกลางคนหรือวัยหลังหมดประจำเดือนที่เริ่มมีอาการเล็ดเวลาไอ จาม ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมที่เพิ่มแรงดันในช่องท้อง
  • ผู้ที่ทำ pelvic floor muscle training แล้วรู้สึกว่าเกร็งไม่ถูกจุด หรือมีข้อจำกัดในการฝึกด้วยตัวเอง ซึ่งอาจใช้เทคโนโลยีเป็นส่วนเสริมภายใต้แผนของผู้เชี่ยวชาญ
  • ผู้ชายบางกลุ่มที่มีปัญหาการควบคุมปัสสาวะ เช่น หลังการรักษาต่อมลูกหมาก อาจได้รับการพิจารณาการฟื้นฟูอุ้งเชิงกราน แต่หลักฐานและโปรแกรมรักษาแตกต่างจากผู้หญิง จึงต้องประเมินเฉพาะราย

สำหรับการใช้เพื่อ “กระชับช่องคลอด” เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ รักษาภาวะอวัยวะอุ้งเชิงกรานหย่อน หรือแก้ erectile dysfunction นั้น เก้าอี้แม่เหล็กอาจสัมพันธ์กับคะแนน sexual function ที่ดีขึ้นในผู้หญิงที่มี urinary incontinence แต่ผู้วิจัยยังเรียกร้องให้มีงานทดลองมาตรฐานและติดตามระยะยาวเพิ่มเติม

หนึ่งครั้งต้องทำอะไรบ้าง และต้องเตรียมตัวอย่างไร

จุดเด่นของการรักษารูปแบบนี้คือขั้นตอนไม่ซับซ้อน แต่ไม่ได้หมายความว่าควรเดินเข้าไปนั่งเครื่องโดยไม่ประเมินก่อน เพราะอาการปัสสาวะเล็ดมีหลายชนิดและบางครั้งมีโรคอื่นซ่อนอยู่

ก่อนเริ่ม: ประเมินอาการและข้อห้าม

แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญจะซักประวัติ เช่น เล็ดตอนไอหรือจามหรือไม่ ปวดปัสสาวะรุนแรงหรือไม่ เข้าห้องน้ำบ่อยแค่ไหน เคยคลอดหรือผ่าตัดบริเวณอุ้งเชิงกรานหรือไม่ ใช้ยาอะไร และมีอุปกรณ์หรือโลหะฝังในร่างกายหรือเปล่า บางรายอาจต้องตรวจเพิ่มเติมตามอาการ

ระหว่างทำ: นั่งในตำแหน่งที่เครื่องกระตุ้นอุ้งเชิงกรานได้เหมาะสม

ผู้รับบริการยังสวมเสื้อผ้าได้ตามปกติ โดยมักแนะนำเสื้อผ้าที่สบายและหลีกเลี่ยงโลหะขนาดใหญ่บริเวณสะโพกตามข้อกำหนดของอุปกรณ์ เจ้าหน้าที่จะจัดตำแหน่งการนั่งและค่อย ๆ ปรับระดับพลังงานให้เหมาะสม ความรู้สึกที่พบได้คือกล้ามเนื้อหด เกร็ง หรือกระตุกเป็นจังหวะ ไม่ใช่การออกแรงเกร็งด้วยตัวเอง

หลังทำ: โดยทั่วไปไม่มีแผลและไม่ต้องพักฟื้นจากแผลผ่าตัด

เนื่องจากเป็นการกระตุ้นจากภายนอก จึงไม่มีบาดแผลจากการรักษา ผู้รับบริการส่วนใหญ่สามารถกลับไปทำกิจวัตรตามปกติได้ แต่หากมีอาการผิดปกติหลังทำควรแจ้งทีมรักษา และการออกกำลังกายหรือการฝึก Kegel ต่อเนื่องควรเป็นไปตามแผนที่ได้รับ

ต้องทำกี่ครั้งจึงเห็นผล

โปรแกรมตัวอย่างประมาณ 6-8 ครั้ง สัปดาห์ละ 2 ครั้ง และใช้เวลาประมาณ 28-30 นาทีต่อครั้ง ซึ่งใกล้เคียงกับหลายการศึกษาที่ใช้ 6 ครั้ง แต่จำนวนครั้งไม่ควรถูกเขียนเป็นสูตรตายตัว เพราะอุปกรณ์และโปรโตคอลต่างกัน งานวิจัยบางฉบับใช้สัปดาห์ละครั้ง ขณะที่บางฉบับใช้สองถึงสามครั้งต่อสัปดาห์

สิ่งที่ควรติดตามมากกว่าจำนวนครั้งคืออาการที่เปลี่ยนไป เช่น จำนวนครั้งที่ปัสสาวะเล็ด ปริมาณแผ่นซับที่ใช้ ความถี่ในการเข้าห้องน้ำ ความมั่นใจในการออกกำลังกาย และแบบประเมินมาตรฐานอย่าง ICIQ-UI SF หากทำไปช่วงหนึ่งแล้วอาการไม่เปลี่ยน ควรกลับมาทบทวนการวินิจฉัยและแผนรักษาแทนการเพิ่มจำนวนครั้งไปเรื่อย ๆ

ใครบ้างที่ต้องแจ้งแพทย์ก่อนใช้เก้าอี้แม่เหล็กไฟฟ้า

สนามแม่เหล็กความเข้มสูงทำให้การคัดกรองอุปกรณ์ฝังในร่างกายและภาวะบางอย่างมีความสำคัญ ข้อห้ามจริงต้องอ้างอิงคู่มือของเครื่องที่โรงพยาบาลใช้งานและการประเมินของแพทย์ ไม่ควรใช้รายการจากอินเทอร์เน็ตแทนการคัดกรอง

  • กำลังตั้งครรภ์หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์
  • มีเครื่องกระตุ้นหัวใจ เครื่องกระตุกหัวใจ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย
  • มีโลหะหรืออุปกรณ์ฝังบริเวณที่อยู่ใกล้สนามแม่เหล็ก เช่น บริเวณอุ้งเชิงกราน สะโพก หรือลำตัวส่วนล่าง
  • มีห่วงคุมกำเนิดหรืออุปกรณ์ฝังชนิดที่มีโลหะ ควรแจ้งชนิดของอุปกรณ์ให้ทีมรักษาทราบก่อน
  • มีโรคหรือภาวะในอุ้งเชิงกรานที่กำลังอยู่ระหว่างการรักษา มีเลือดออกผิดปกติ การติดเชื้อ หรือโรคมะเร็ง ควรให้แพทย์ประเมินก่อนเสมอ

อย่าให้ความสะดวกของเก้าอี้ทำให้เราลืมว่า “ปัสสาวะเล็ด” ต้องหาสาเหตุก่อน

การนั่งรักษาโดยไม่ต้องถอดเสื้อผ้าและไม่มีแผลทำให้เทคโนโลยีนี้ดูเข้าถึงง่าย แต่คำถามแรกไม่ควรเป็น “ต้องนั่งกี่ครั้ง” ควรเป็น “ปัสสาวะเล็ดของเราเป็นชนิดไหน และเกิดจากอะไร” เพราะ stress incontinence, urgency incontinence, mixed incontinence, การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ปัญหาต่อมลูกหมาก โรคทางระบบประสาท และผลข้างเคียงจากยาบางชนิด ต้องการแนวทางดูแลต่างกัน

ถ้ามีเลือดปนในปัสสาวะ ปัสสาวะแสบขัดร่วมกับไข้ ปวดเอวรุนแรง ปัสสาวะไม่ออก อาการชา/อ่อนแรงเกิดขึ้นใหม่ หรือมีอาการผิดปกติที่เปลี่ยนเร็ว ไม่ควรใช้การฟื้นฟูด้วยเครื่องเป็นจุดเริ่มต้น แต่ควรเข้ารับการตรวจหาสาเหตุ

เก้าอี้แม่เหล็กไฟฟ้าเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานแบบไม่รุกล้ำ แล

เป้าหมายไม่ใช่แค่นั่งเครื่อง แต่คือกลับไปใช้ชีวิตโดยไม่ต้องคอยกังวลเรื่องปัสสาวะเล็ด

คนที่มีอาการปัสสาวะเล็ดจำนวนไม่น้อยใช้เวลานานกว่าจะเล่าให้ใครฟัง บางคนปรับชีวิตด้วยการพกแผ่นซับ เลี่ยงการออกกำลังกาย ไม่กล้าหัวเราะเต็มที่ หรือวางแผนทุกเส้นทางจากตำแหน่งห้องน้ำ ทั้งที่อาการเหล่านี้มีแนวทางประเมินและฟื้นฟูได้

เก้าอี้แม่เหล็กไฟฟ้าเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานแบบไม่รุกล้ำ และมีงานวิจัยสนับสนุนมากขึ้น โดยเฉพาะในภาวะ urinary incontinence ของผู้หญิง แต่หลักฐานยังไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะได้ผลเหมือนกัน หรือควรแทนที่ pelvic floor muscle training ในทุกกรณี การดูแลที่ดีจึงเป็นการเลือกเครื่องมือให้ตรงกับปัญหา ไม่ใช่เลือกปัญหาให้เข้ากับเครื่องมือ

หากเริ่มมีอาการปัสสาวะเล็ด กลั้นไม่อยู่ หรือไม่แน่ใจว่ากำลังเกร็งอุ้งเชิงกรานถูกวิธี สามารถเริ่มจากการประเมินกับ ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด โรงพยาบาลธนบุรี เพื่อวางแผนฟื้นฟูที่เหมาะกับอาการและเป้าหมายของแต่ละคน

FAQ

ขณะนั่งเก้าอี้แม่เหล็กไฟฟ้า จะรู้สึกอย่างไร เจ็บไหม?

ไม่เจ็บเลยครับ ผู้รับบริการจะรู้สึกเพียงแค่การกระตุก สั่น และการเกร็งตัวเป็นจังหวะของกล้ามเนื้อบริเวณอุ้งเชิงกรานและสะโพก สามารถนั่งอ่านหนังสือหรือฟังเพลงขณะทำได้อย่างสบายๆ

ผู้ป่วยส่วนใหญ่เริ่มรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น เช่น ปัสสาวะเล็ดน้อยลง กั้นปัสสาวะได้ดีขึ้น หลังเข้ารับการรักษาประมาณ 2 – 4 ครั้งแรก ทั้งนี้ผลลัพธ์สูงสุดจะเห็นชัดเจนเมื่อทำครบตามคอร์สที่แพทย์แนะนำ (6–8 ครั้ง)

ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้ยาวนานประมาณ 6–12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและการดูแลตนเองของผู้ป่วย และแนะนำให้มานั่งรักษากระตุ้นซ้ำ (Maintenance) ปีละ 1–2 ครั้ง หรือขลิบ Kegel ควบคู่กันไปที่บ้าน

สามารถทำได้ ผู้ชายที่มีปัญหาปัสสาวะหยดหลังปัสสาวะเสร็จ อาการปัสสาวะเล็ดจากการผ่าตัดต่อมลูกหมาก หรือต้องการฟื้นฟูอาการอวัยวะเพศแข็งตัวไม่เต็มที่ ก็สามารถรับการรักษาด้วยเก้าอี้แม่เหล็กไฟฟ้าได้เช่นกัน

ทำได้ทันทีครับ เนื่องจากเป็นหัตถการที่ไม่รุกล้ำร่างกาย (Non-invasive) หลังทำเสร็จไม่มีบาดแผล ไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปทำภารกิจประจำวันหรือออกกำลังกายได้ตามปกติทันที

References

  • สมาคมเวชศาสตร์ฟื้นฟูแห่งประเทศไทย
    แนวทางการใช้เครื่องกระตุ้นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในการฟื้นฟูกล้ามเนื้อและระบบประสาท
    https://www.rehabmed.or.th
  • Urological Association of Asia (UAA)
    Non–invasive Electromagnetic Technology for the Treatment of Urinary Incontinence and Pelvic Floor Dysfunction
    https://www.uaanet.org
  • U.S. Food and Drug Administration (FDA)
    510(k) Premarket Notification for High–Intensity Focused Electromagnetic (HIFEM) Technology for Pelvic Floor Muscle Stimulation
    https://www.fda.gov

 

  • National Center for Biotechnology Information (NCBI / PubMed)
    Clinical Evaluation of High–Intensity Focused Electromagnetic (HIFEM) Technology for the Treatment of Pelvic Floor Muscle Incontinence
    https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง