ผู้เขียน
โรงพยาบาลธนบุรี
ศูนย์รักษาที่เกี่ยวข้อง
แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง
ให้ Ai ช่วยสรุปบทความนี้
Key Takeaways
บางคนรู้ว่าตัวเองมีกระดูกพรุนในวันที่ลื่นล้มเพียงครั้งเดียวแล้วกระดูกข้อมือหรือสะโพกหัก บางคนเพิ่งสังเกตว่าตัวเตี้ยลง หลังเริ่มค่อม หรือปวดหลังจากกระดูกสันหลังยุบ โรคนี้มักไม่ส่งสัญญาณชัดเจนก่อนเกิดกระดูกหัก การรอให้ปวดกระดูกจึงไม่ใช่วิธีสังเกตที่ดี หากรู้ว่าตนมีปัจจัยเสี่ยงและตรวจประเมินในเวลาที่เหมาะสม เรายังมีโอกาสลดความเสี่ยงกระดูกหักในอนาคตได้
บทความนี้ชวนทำความเข้าใจว่าโรคกระดูกพรุนเกิดขึ้นอย่างไร ใครควรตรวจความหนาแน่นกระดูก ผล DXA บอกอะไร และหลังทราบผลควรดูแลตัวเองอย่างไร โดยอ้างอิงเอกสารข้อมูลของโรงพยาบาลธนบุรีร่วมกับแนวทางวิชาการที่ใหม่กว่า เพราะเกณฑ์ในเอกสารแผ่นพับเก่าอาจไม่เหมาะใช้ตัดสินใจกับทุกคนในปัจจุบัน
กระดูกไม่ใช่โครงแข็งที่หยุดเปลี่ยนแปลง ร่างกายมีการสลายและสร้างเนื้อกระดูกอยู่ตลอด เมื่ออายุมากขึ้นหรือมีปัจจัยที่เร่งการสูญเสียกระดูก ความหนาแน่นและโครงสร้างภายในกระดูกอาจเสื่อมลงจนรับแรงได้น้อยลง ภาวะที่ความแข็งแรงกระดูกลดลงและเสี่ยงต่อกระดูกหักมากขึ้นเรียกว่าโรคกระดูกพรุน หรือ osteoporosis ส่วน “กระดูกบาง” หรือมวลกระดูกต่ำเป็นผลตรวจที่ยังไม่ถึงเกณฑ์กระดูกพรุนในบางราย แต่ก็ไม่ใช่คำรับรองว่ากระดูกจะไม่มีวันหัก
กระดูกที่เปราะอาจหักหลังอุบัติเหตุแรงต่ำ เช่น ล้มจากท่ายืนในระดับพื้นราบ ตำแหน่งที่พบได้บ่อยคือกระดูกสันหลัง สะโพก และข้อมือ กระดูกสะโพกหักอาจทำให้ต้องผ่าตัดและพักฟื้นนาน ขณะที่กระดูกสันหลังยุบอาจเกิดโดยเจ้าตัวจำไม่ได้ว่าล้มเมื่อไร ผลต่อการเดิน การใช้ชีวิต และความมั่นใจจึงมากกว่าเรื่องตัวเลขมวลกระดูกเพียงอย่างเดียว
กระดูกพรุนส่วนมากไม่ทำให้ปวดในช่วงแรก จึงไม่มีอาการที่ดูแล้วบอกได้แน่ว่าเป็นโรคนี้ หากมีอาการปวดหลังเฉียบพลันหลังยกของหรือหลังหกล้ม โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ต้องคิดถึงกระดูกสันหลังยุบหรือสาเหตุอื่นด้วย ความสูงลดลงชัดเจน หลังค่อมมากขึ้น หรือมีกระดูกหักหลังแรงกระแทกไม่มาก เป็นเหตุให้ควรพบแพทย์ แม้ความปวดจะดีขึ้นแล้วก็ตาม
การวินิจฉัยจากอาการอย่างเดียวจึงมักช้า ผู้ที่มีความเสี่ยงควรพูดคุยเรื่องการประเมินกระดูกก่อนเกิดการหักครั้งแรก หากเคยหักแล้ว การประเมินซ้ำมีความสำคัญ เพราะการหักครั้งหนึ่งบ่งบอกความเสี่ยงต่อการหักครั้งต่อไป
อายุที่มากขึ้น การหมดประจำเดือน โดยเฉพาะหมดประจำเดือนก่อนวัยหรือเคยผ่าตัดรังไข่ทั้งสองข้าง ประวัติกระดูกสะโพกหักในพ่อหรือแม่ และการเคยกระดูกหักจากแรงกระแทกต่ำ ล้วนช่วยบอกระดับความเสี่ยง ผู้ชายก็เป็นโรคกระดูกพรุนได้ ไม่ควรเข้าใจว่าเป็นโรคเฉพาะผู้หญิง โรคบางอย่าง เช่น ข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคไตเรื้อรัง ภาวะไทรอยด์ทำงานเกิน หรือความผิดปกติของฮอร์โมน อาจทำให้ต้องประเมินสาเหตุรองร่วมด้วย
น้ำหนักตัวต่ำ การเคลื่อนไหวน้อย การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์มาก และการได้รับแคลเซียมหรือวิตามินดีไม่เพียงพอเกี่ยวข้องกับสุขภาพกระดูก ยาบางชนิด โดยเฉพาะยาสเตียรอยด์ชนิดรับประทานต่อเนื่อง อาจเพิ่มความเสี่ยง การทบทวนรายการยาที่ใช้จริงกับแพทย์สำคัญกว่าการเหมารวมว่ายาลดกรด ยาขับปัสสาวะ หรือกาแฟทุกชนิดทำให้กระดูกพรุน เพราะความเสี่ยงขึ้นอยู่กับชนิดยา ขนาด ระยะเวลา และบริบทของแต่ละคน อย่าหยุดยาประจำด้วยตัวเอง
หากกังวลเรื่องปัจจัยเสี่ยง สามารถเริ่มจากการประเมินที่ ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลธนบุรี
แนวทางทั่วไปมักแนะนำการตรวจความหนาแน่นกระดูกในผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป และผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไป ส่วนผู้ที่อายุน้อยกว่านี้ไม่ได้แปลว่าไม่จำเป็นต้องตรวจ หากมีประวัติกระดูกหักจากแรงกระแทกต่ำ ใช้สเตียรอยด์ต่อเนื่อง มีโรคที่ส่งผลต่อกระดูก หมดประจำเดือนเร็ว หรือมีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง แพทย์อาจพิจารณาตรวจเร็วกว่านั้นตามแนวทางที่เหมาะกับบุคคล
ในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีและเคยกระดูกหักจากแรงกระแทกต่ำ การประเมินควรครอบคลุมทั้งมวลกระดูก สาเหตุอื่นที่อาจทำให้กระดูกอ่อนแอ และความเสี่ยงหกล้ม ผู้ที่สูงลดลงหรือหลังค่อมอาจต้องตรวจภาพกระดูกสันหลังเพิ่มเติม การตรวจไม่ใช่เพียง “เช็กคะแนน” แต่เป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจว่าจะป้องกันกระดูกหักครั้งต่อไปอย่างไร
DXA หรือ dual energy X ray absorptiometry เป็นวิธีมาตรฐานในการวัดความหนาแน่นแร่ธาตุของกระดูก มักวัดที่กระดูกสันหลังส่วนเอวและสะโพก การตรวจใช้รังสีปริมาณต่ำ ใช้เวลาไม่นาน และไม่เจ็บ ผู้ตรวจนอนบนเตียงให้เครื่องสแกนผ่านตามตำแหน่งที่กำหนด เจ้าหน้าที่อาจให้เปลี่ยนชุดหรือถอดสิ่งของโลหะที่รบกวนภาพ ตามคำแนะนำของสถานพยาบาล
แจ้งเจ้าหน้าที่หากกำลังตั้งครรภ์หรืออาจตั้งครรภ์ เคยตรวจที่ใช้สารทึบรังสีหรือสารแบเรียมไม่นานก่อนวันนัด หรือมีอุปกรณ์โลหะ/ประวัติผ่าตัดบริเวณที่จะวัด ไม่ควรหยุดยา อาหารเสริม หรือปรับกิจวัตรก่อนตรวจโดยอาศัยคำบอกเล่าทั่วไป เพราะคำแนะนำอาจต่างกันตามเครื่องและบริการ ให้ยึดคำแนะนำของหน่วยตรวจที่นัดไว้ รายละเอียดบริการตรวจของโรงพยาบาลดูได้ที่ ข้อมูลตรวจสุขภาพกระดูก โรงพยาบาลธนบุรี
ผล DXA ในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนและผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไปมักรายงาน T score ซึ่งเทียบความหนาแน่นกระดูกกับกลุ่มผู้ใหญ่สุขภาพดีช่วงที่มวลกระดูกสูงสุด ตามนิยามขององค์การอนามัยโลก ค่าตั้งแต่ −1.0 ขึ้นไปอยู่ในช่วงปกติ ค่าระหว่าง −1.0 ถึงมากกว่า −2.5 เรียกว่ามวลกระดูกต่ำ และค่า −2.5 หรือต่ำกว่าเข้าเกณฑ์กระดูกพรุน การแปลผลต้องดูตำแหน่งที่วัด คุณภาพภาพตรวจ และประวัติทางคลินิกร่วมด้วย
ผู้ที่ยังไม่หมดประจำเดือน เด็ก และผู้ชายอายุต่ำกว่า 50 ปี มักใช้ Z score และการประเมินสาเหตุร่วม ไม่ควรใช้เกณฑ์ T score เพียงอย่างเดียววินิจฉัยทุกคน อีกด้านหนึ่ง คนที่ T score ยังไม่ถึง −2.5 ก็อาจมีความเสี่ยงกระดูกหักสูงได้หากเคยกระดูกหักหรือมีปัจจัยเสี่ยงอื่น แพทย์อาจใช้เครื่องมือประเมินความเสี่ยงกระดูกหัก เช่น FRAX ประกอบกับประวัติและผลตรวจ โดยไม่ให้ตัวเลขเดียวตัดสินทุกเรื่อง
เริ่มด้วยการทบทวนว่ามีกระดูกหักเก่าหรือไม่ ใช้ยาอะไร มีโรคที่เกี่ยวข้องกับกระดูกหรือเปล่า และมีโอกาสหกล้มแค่ไหน บางคนอาจต้องตรวจเลือดเพื่อดูสาเหตุรองหรือวางแผนยา การรักษามักประกอบด้วยอาหารและสารอาหารที่เพียงพอ การออกกำลังกายที่เหมาะสม การเลิกสูบบุหรี่ การลดแอลกอฮอล์ และการจัดบ้านเพื่อลดการล้ม ผู้ที่เสี่ยงสูงหรือมีกระดูกหักแล้วอาจจำเป็นต้องใช้ยาร่วมด้วย
แคลเซียมควรได้จากอาหารเป็นหลักเมื่อทำได้ เช่น นม โยเกิร์ต ปลาเล็กปลาน้อยที่กินก้างได้ เต้าหู้บางชนิด และผักที่มีแคลเซียม ปริมาณที่เหมาะสมต่างกันตามอายุและสุขภาพ ส่วนวิตามินดีช่วยดูดซึมแคลเซียม ผู้ที่มีโรคไต นิ่ว หรือข้อจำกัดด้านอาหารควรถามแพทย์ก่อนซื้ออาหารเสริม การกินแคลเซียมจำนวนมากไม่ได้แทนการรักษาด้วยยาในผู้ที่มีความเสี่ยงกระดูกหักสูง
การเดินหรือกิจกรรมลงน้ำหนัก ฝึกแรงต้านกล้ามเนื้อ และฝึกทรงตัวช่วยดูแลกระดูกและลดโอกาสล้ม ควรเลือกความหนักให้เข้ากับความสามารถ หากมีกระดูกสันหลังหักหรือพรุนรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดก่อนเริ่มท่าที่ก้มงอหรือบิดลำตัวแรง ๆ การเริ่มจากท่าง่ายและทำสม่ำเสมอมักปลอดภัยกว่าเร่งออกกำลังหนักในวันเดียว
แพทย์อาจเลือกยาที่ลดการสลายกระดูกหรือยาที่กระตุ้นการสร้างกระดูกตามระดับความเสี่ยง ตำแหน่งกระดูกหัก โรคร่วม การทำงานของไต และความสะดวกในการใช้ยา ยาแต่ละชนิดมีวิธีกินหรือฉีดและข้อควรระวังต่างกัน การหยุดยาบางชนิดเองอาจทำให้ความเสี่ยงกระดูกหักกลับสูงขึ้น จึงควรติดตามตามนัด แม้ผลตรวจครั้งถัดไปดีขึ้นก็ไม่ได้หมายความว่าประวัติโรคกระดูกพรุนหายไปทั้งหมด
นอกจากยา ควรดูบ้านให้เดินได้สะดวก แก้พื้นลื่น เพิ่มแสงสว่าง ตรวจสายตาและประเมินยาที่ทำให้เวียนศีรษะ หากเคยล้มบ่อยหรือเดินไม่มั่นคง การฝึกกล้ามเนื้อและการทรงตัวเป็นส่วนสำคัญของแผนป้องกันกระดูกหัก ติดต่อข้อมูลการดูแลต่อเนื่องได้ที่ ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลธนบุรี
โรคกระดูกพรุนไม่จำเป็นต้องรอให้ปวดก่อนจึงเริ่มดูแล กระดูกหักจากการล้มไม่แรง ความสูงที่ลดลง และปัจจัยเสี่ยงที่สะสมอยู่ เป็นเหตุให้หยุดถามว่า “ฉันควรตรวจหรือยัง” แล้วนำประวัติไปคุยกับแพทย์ การรู้ผลตรวจมีประโยชน์เมื่อใช้ร่วมกับการประเมินความเสี่ยงและลงมือป้องกันกระดูกหักจริง ๆ
ส่วนมากไม่มีอาการชัดก่อนเกิดกระดูกหัก การไม่ปวดจึงไม่ได้ยืนยันว่ามวลกระดูกปกติ สัญญาณที่ควรประเมินคือกระดูกหักหลังล้มไม่แรง ความสูงลดลง หลังค่อม หรือปวดหลังใหม่โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ แพทย์จะดูประวัติและพิจารณาการตรวจ DXA หรือภาพกระดูกสันหลังตามความเหมาะสม
ในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนและผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไป ผล DXA ที่มี T score ระหว่าง −1.0 ถึงมากกว่า −2.5 เรียกว่ามวลกระดูกต่ำหรือกระดูกบาง ส่วนค่า −2.5 หรือต่ำกว่าเข้าเกณฑ์กระดูกพรุน อย่างไรก็ตามกระดูกบางก็หักได้หากมีปัจจัยเสี่ยงอื่น และผู้ที่เคยกระดูกหักจากแรงต่ำต้องได้รับการประเมินแม้คะแนนจะไม่ต่ำมาก
โดยทั่วไปผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไปและผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไปควรหารือเรื่องตรวจ ส่วนผู้ที่อายุน้อยกว่าแต่เคยกระดูกหักจากแรงต่ำ ใช้สเตียรอยด์ต่อเนื่อง หรือมีโรคและปัจจัยเสี่ยงอื่น อาจต้องตรวจเร็วกว่านั้น ความถี่ตรวจซ้ำไม่เท่ากันทุกคน แพทย์พิจารณาจากผลเดิม ความเสี่ยง และการรักษาที่ได้รับ
การตรวจเป็นการนอนบนเตียงให้เครื่องสแกน ไม่เจ็บและโดยทั่วไปไม่ต้องอดอาหาร แจ้งเจ้าหน้าที่หากตั้งครรภ์หรืออาจตั้งครรภ์ เคยตรวจสารทึบรังสีหรือแบเรียม หรือมีโลหะบริเวณที่วัด ควรสอบถามหน่วยตรวจว่าต้องงดอาหารเสริมแคลเซียมก่อนตรวจหรือไม่ เพราะรายละเอียดการเตรียมตัวของแต่ละแห่งอาจต่างกัน
เป้าหมายหลักคือป้องกันกระดูกหักและคงความสามารถในการใช้ชีวิต ยาบางชนิดช่วยเพิ่มค่าความหนาแน่นหรือเปลี่ยนการทำงานของกระดูกได้ แต่ผลตรวจที่ดีขึ้นไม่ใช่เหตุให้สรุปว่าความเสี่ยงหายไปทั้งหมด แพทย์จะประเมินความเสี่ยงใหม่ ติดตามผล และกำหนดระยะเวลารักษาเป็นรายบุคคล ไม่ควรหยุดยาเอง
ทุกคนควรได้รับสารอาหารเพียงพอ แต่ไม่จำเป็นว่าทุกคนต้องซื้ออาหารเสริม ปริมาณที่เหมาะสมขึ้นกับอาหารที่กิน อายุ การตรวจเลือด และโรคร่วม โดยเฉพาะผู้มีโรคไตหรือนิ่วควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ การเสริมแคลเซียมและวิตามินดีเพียงอย่างเดียวไม่ทดแทนยารักษาในคนที่มีความเสี่ยงกระดูกหักสูง
โปรแกรมตรวจภูมิแพ้ Skin Test และ IgE 45 ชนิด
วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่
โปรแกรมตรวจสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ Active Senior 60+
แพ็กเกจตรวจสุขภาพผู้ป่วยเบาหวาน
แพ็กเกจ TMS กระตุ้นสมองด้วยสนามแม่เหล็ก
วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี สำหรับผู้ใหญ่