ผู้เขียน
โรงพยาบาลธนบุรี
ให้ Ai ช่วยสรุปบทความนี้
การคัดกรองมะเร็งเป็นการตรวจในคนที่ยังไม่มีอาการสงสัยของมะเร็งชนิดนั้น ส่วนผู้ที่มีอาการผิดปกติอยู่แล้ว เช่น ถ่ายเป็นเลือด ไอเป็นเลือด หรือคลำพบก้อน ควรพบแพทย์เพื่อประเมินหาสาเหตุโดยตรง ไม่ควรรอให้ถึงอายุหรือรอบตรวจคัดกรอง
อีกเรื่องที่ควรเข้าใจคือ ผลคัดกรองผิดปกติยังไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งเสมอไป แพทย์อาจต้องตรวจซ้ำ ตรวจภาพถ่ายทางการแพทย์ หรือเก็บชิ้นเนื้อเพิ่มเติม ในทางกลับกัน ผลปกติก็ไม่ได้รับรองว่าจะไม่มีมะเร็งทุกชนิด หรือจะไม่เกิดโรคขึ้นในอนาคต
การตรวจยังมีข้อจำกัด เช่น ผลบวกลวงที่ทำให้ต้องตรวจเพิ่มเติม ผลลบลวงที่ทำให้เข้าใจว่าไม่มีโรค และการพบมะเร็งบางชนิดที่เติบโตช้ามากจนอาจไม่ก่อปัญหาตลอดชีวิต แต่กลับนำไปสู่การรักษาที่มีผลข้างเคียง การเลือกตรวจจึงต้องชั่งประโยชน์กับผลเสียร่วมกัน
เมื่อเข้าใจเรื่องนี้ การอ่านรายการตรวจสุขภาพจะง่ายขึ้น เพราะเราไม่จำเป็นต้องมองหาชุดตรวจที่มีรายการมากที่สุด แต่ควรถามให้ชัดว่าแต่ละรายการตรวจเพื่ออะไร และเหมาะกับความเสี่ยงของเราหรือไม่
ไม่มีอายุเริ่มตรวจเพียงตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับมะเร็งทุกชนิด การวางแผนควรแยกตามอวัยวะและประวัติสุขภาพ โดยมีจุดเริ่มต้นในการพูดคุยดังนี้
อายุเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการตัดสินใจ แพทย์ยังต้องพิจารณาสุขภาพโดยรวม ผลตรวจเดิม และความพร้อมในการตรวจหรือรักษาต่อหากพบความผิดปกติด้วย
หลายคนคิดว่าต้องมีอาการท้องผูก ถ่ายเป็นเลือด หรือปวดท้องก่อนจึงค่อยตรวจลำไส้ แต่การคัดกรองมีบทบาทตั้งแต่ยังไม่มีอาการ เพราะมะเร็งลำไส้ใหญ่บางส่วนพัฒนามาจากติ่งเนื้อ การค้นพบและนำติ่งเนื้อบางชนิดออกจึงช่วยลดโอกาสเกิดมะเร็งในอนาคตได้ด้วย
สำหรับผู้มีความเสี่ยงทั่วไป แนะนำการคัดกรองช่วงอายุ 45–75 ปี ส่วนอายุ 76–85 ปีให้พิจารณาเป็นรายบุคคล โดยดูสุขภาพ ประวัติการตรวจที่ผ่านมา และความต้องการของผู้รับการตรวจ
FIT หรือ Fecal Immunochemical Test เป็นการตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ผู้รับการตรวจเก็บตัวอย่างตามคำแนะนำของสถานพยาบาล แล้วส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ
สิ่งที่ต้องรู้คือ FIT ไม่ได้ตรวจเห็นก้อนหรือติ่งเนื้อโดยตรง และผลบวกไม่ได้ยืนยันว่าเป็นมะเร็ง แต่เป็นเหตุให้ต้องประเมินต่อ โดยทั่วไปต้องส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ไม่ควรเลือกตรวจ FIT ซ้ำเพื่อใช้ลบล้างผลบวกครั้งแรกแล้วหยุดการตรวจ
ความถี่ของ FIT ขึ้นอยู่กับแนวทางและระบบบริการที่ใช้ จึงควรถามกำหนดนัดครั้งถัดไปให้ชัดเจน และทำต่อเนื่องตามแผน เพราะการตรวจเพียงครั้งเดียวไม่สามารถทดแทนการคัดกรองระยะยาวได้
การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ หรือ Colonoscopy ทำให้แพทย์ตรวจดูเยื่อบุภายในลำไส้ หากพบติ่งเนื้อบางชนิดอาจนำออกระหว่างการตรวจ และส่งตรวจทางพยาธิวิทยาได้
ในผู้มีความเสี่ยงทั่วไป หากผลตรวจปกติและคุณภาพการตรวจเหมาะสม อาจเว้นช่วงได้ประมาณ 10 ปี แต่ถ้าพบติ่งเนื้อ เตรียมลำไส้ได้ไม่สะอาด หรือมีความเสี่ยงเฉพาะ แพทย์อาจนัดเร็วขึ้น การส่องกล้องมีความเสี่ยง เช่น เลือดออกหรือผนังลำไส้ทะลุ แม้พบไม่บ่อย จึงต้องประเมินความเหมาะสมก่อนตรวจ
หากพ่อ แม่ พี่น้อง หรือลูกเคยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยเฉพาะเมื่ออายุน้อย ควรแจ้งแพทย์พร้อมอายุที่ญาติได้รับการวินิจฉัย เพราะข้อมูลนี้อาจเปลี่ยนทั้งอายุเริ่มตรวจและวิธีตรวจที่เหมาะสม
การตรวจ PSA เป็นเรื่องที่ผู้ชายมักได้ยินเมื่อเข้าสู่วัยกลางคน แต่ไม่ควรมองว่าเป็นรายการตรวจที่ทุกคนต้องทำทุกปีโดยอัตโนมัติ เพราะแม้การตรวจอาจช่วยค้นพบมะเร็งได้เร็วขึ้น ก็มีโอกาสพบความผิดปกติที่นำไปสู่การตรวจเพิ่มเติมหรือการรักษาที่ไม่จำเป็นในบางราย
American Cancer Society แนะนำให้เริ่มพูดคุยเพื่อประกอบการตัดสินใจ ดังนี้
ตัวเลขเหล่านี้เป็นอายุสำหรับเริ่มพูดคุยตามแนวทางดังกล่าว ไม่ใช่ข้อกำหนดว่าทุกคนต้องเจาะเลือดทันทีเมื่อถึงอายุ และแนวทางของแต่ละองค์กรอาจต่างกันได้
PSA เป็นโปรตีนที่สร้างจากต่อมลูกหมาก ระดับในเลือดอาจสูงขึ้นจากมะเร็ง แต่ก็เพิ่มได้จากภาวะอื่น เช่น ต่อมลูกหมากโตหรือการอักเสบ แพทย์จึงต้องแปลผลร่วมกับอายุ อาการ ประวัติสุขภาพ และปัจจัยที่อาจรบกวนผลตรวจ
หากผลผิดปกติ ขั้นตอนถัดไปอาจเป็นการตรวจซ้ำ ประเมินความเสี่ยงเพิ่มเติม ตรวจ MRI หรือพิจารณาตัดชิ้นเนื้อ ขึ้นอยู่กับแต่ละกรณี ไม่ใช่ทุกคนที่มีค่า PSA สูงต้องได้รับการรักษามะเร็งทันที
ส่วนการตรวจต่อมลูกหมากทางทวารหนัก หรือ DRE แพทย์อาจใช้ประกอบการประเมิน แต่ไม่ควรถือเป็นวิธีคัดกรองเดี่ยวที่ทดแทนการประเมินทั้งหมดได้
ก่อนไปตรวจ ลองเตรียมคำถามว่า “ถ้าค่าผิดปกติจะต้องตรวจอะไรต่อ” และ “ผลตรวจจะเปลี่ยนแผนดูแลอย่างไร” เพื่อให้การตัดสินใจสอดคล้องกับทั้งความเสี่ยงและความต้องการของตัวเอง
การคัดกรองมะเร็งปอดที่มีหลักฐานสนับสนุนในกลุ่มเสี่ยงคือ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทรวงอกแบบรังสีต่ำ หรือ Low-dose CT: LDCT คำว่า Low-dose หมายถึงการใช้รังสีต่ำ ไม่ใช่การตรวจที่มีความละเอียดต่ำ
ตามแนวทาง USPSTF ผู้ที่ควรพิจารณาตรวจ LDCT ทุกปีคือผู้มีคุณสมบัติครบดังนี้
Pack-years คำนวณจากจำนวนซองที่สูบต่อวันคูณจำนวนปี โดยหนึ่งซองเท่ากับ 20 มวน เช่น วันละหนึ่งซองนาน 20 ปี หรือวันละครึ่งซองนาน 40 ปี เท่ากับ 20 pack-years เหมือนกัน เกณฑ์ของแต่ละองค์กรอาจแตกต่างกัน โดยเฉพาะเรื่องระยะเวลาหลังเลิกสูบ จึงควรให้แพทย์ประเมินตามแนวทางที่ใช้
LDCT อาจพบจุดเล็ก ๆ ที่เกิดจากสาเหตุอื่น ทำให้บางรายต้องติดตามภาพถ่ายหรือรับการตรวจเพิ่มเติม ก่อนตรวจจึงควรเข้าใจทั้งโอกาสได้ประโยชน์และความเป็นไปได้ที่จะต้องติดตามผล
ผู้ไม่สูบบุหรี่ก็เกิดมะเร็งปอดได้ แต่ยังไม่ควรนำเกณฑ์ของผู้สูบบุหรี่มาใช้กับทุกคนโดยตรง หากมีประวัติครอบครัวหรือความเสี่ยงจากการทำงาน ควรปรึกษาแพทย์เป็นรายบุคคล และหากมีอาการสงสัยอยู่แล้วควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัย โดยไม่รอให้เข้าเกณฑ์คัดกรอง
การเฝ้าระวังมะเร็งตับมีความสำคัญในผู้มีความเสี่ยง เช่น ผู้มีตับแข็ง และผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังบางกลุ่ม แพทย์จะพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งอายุ ประวัติครอบครัว สภาพตับ และความเหมาะสมในการรักษาหากพบโรค
การตรวจในกลุ่มเสี่ยงมักใช้อัลตราซาวนด์ตับร่วมกับการตรวจเลือด AFP ตามแนวทางและดุลยพินิจแพทย์ โดยมักติดตามประมาณทุก 6 เดือน การตรวจ AFP เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะยืนยันหรือ排除มะเร็งตับ เพราะบางคนเป็นมะเร็งแต่ค่าไม่สูง และบางคนค่าสูงจากโรคตับอื่นได้
หากทราบว่าตัวเองเป็นไวรัสตับอักเสบ อย่ารอให้มีอาการปวดชายโครงหรืออ่อนเพลียก่อนค่อยกลับไปพบแพทย์ ควรถามให้ชัดว่าจำเป็นต้องเฝ้าระวังมะเร็งตับหรือไม่ และนัดติดตามเมื่อใด ส่วนผู้ที่ยังไม่ทราบสถานะไวรัสตับอักเสบ สามารถปรึกษาแพทย์ว่าควรตรวจหาเชื้อหรือภูมิคุ้มกันตามประวัติของตัวเองอย่างไร
การตรวจคัดกรองมะเร็งผิวหนังทั่วร่างกายเป็นประจำในคนทั่วไปที่ไม่มีอาการ ยังมีหลักฐานไม่เพียงพอที่จะสรุปสมดุลระหว่างประโยชน์กับผลเสียตามการประเมินของ USPSTF แต่ข้อสรุปนี้ไม่ได้หมายความว่าควรมองข้ามรอยโรคที่เปลี่ยนแปลง
หากมีไฝที่ขนาด รูปร่าง หรือสีเปลี่ยนไป มีรอยโรคแตกต่างจากจุดอื่นอย่างชัดเจน หรือมีแผลผิดปกติ ควรให้แพทย์ตรวจ ผู้มีประวัติมะเร็งผิวหนังส่วนตัวหรือในครอบครัวควรได้รับการประเมินแยกจากคนทั่วไป
สำหรับมะเร็งชนิดอื่น เช่น มะเร็งกระเพาะอาหาร การพิจารณาตรวจควรอาศัยประวัติครอบครัว โรคเดิม และความเสี่ยงเฉพาะ ไม่จำเป็นต้องนำมารวมเป็นรายการตรวจประจำสำหรับผู้ชายทุกคน
การตรวจเลือดหลายรายการก็ไม่ได้หมายถึงการตรวจมะเร็งครบทุกอวัยวะ หากเห็นคำว่า “สารบ่งชี้มะเร็ง” ในรายการตรวจ ควรถามถึงบทบาทของแต่ละตัว เพราะการตรวจบางชนิดเหมาะกับการติดตามโรคที่ทราบแล้ว มากกว่าการค้นหามะเร็งในคนทั่วไปที่ไม่มีอาการ
ก่อนนัดตรวจสุขภาพ ลองใช้เวลาสั้น ๆ รวบรวมข้อมูลต่อไปนี้ไว้ในโทรศัพท์หรือสมุดบันทึก
ไม่จำเป็นต้องงดอาหารหรือหยุดยาทุกครั้งก่อนตรวจ เพราะแต่ละวิธีมีการเตรียมตัวต่างกัน ควรขอคำแนะนำจากสถานพยาบาลโดยตรง และไม่หยุดยาประจำเอง โดยเฉพาะเมื่อกำลังเตรียมส่องกล้องหรือทำหัตถการ
หลังตรวจ ควรทราบให้ครบทั้งผลตรวจ ความหมาย ขั้นตอนถัดไป และวันนัดครั้งใหม่ หากยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากแพทย์สาขาใด สามารถติดต่อ โรงพยาบาลธนบุรี เพื่อสอบถามช่องทางประเมินและนัดหมายที่เหมาะสม
แม้จะตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ หากเกิดอาการใหม่หรืออาการเดิมเป็นต่อเนื่อง ก็ควรกลับไปพบแพทย์ อาการที่ควรแจ้ง ได้แก่ ถ่ายเป็นเลือด พฤติกรรมขับถ่ายเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง ไอเป็นเลือด ปัสสาวะเป็นเลือด คลำพบก้อน หรือมีน้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ
อาการเหล่านี้เกิดได้จากหลายสาเหตุและไม่ได้ยืนยันว่าเป็นมะเร็ง แต่ควรตรวจหาคำอธิบาย ไม่ควรใช้ผลตรวจปกติเมื่อหลายเดือนก่อนมารับรองว่าอาการปัจจุบันไม่มีความสำคัญ
หากพบความผิดปกติที่ต้องประเมินด้านมะเร็งต่อ สามารถศึกษาข้อมูลการดูแลได้ที่ ศูนย์มะเร็ง โรงพยาบาลธนบุรี โดยการเลือกตรวจและการรักษาจะขึ้นอยู่กับข้อมูลของผู้รับบริการแต่ละราย
การคัดกรองมะเร็งในผู้ชายเริ่มต้นได้จากบทสนทนาธรรมดา ๆ กับแพทย์ว่า ตอนนี้อายุเท่านี้ มีประวัติสุขภาพแบบนี้ ควรตรวจอะไร และอะไรที่ยังไม่จำเป็นต้องตรวจ
สำหรับบางคน ขั้นตอนแรกอาจเป็นการตรวจอุจจาระ สำหรับบางคนอาจเป็นการทบทวนประวัติสูบบุหรี่ หรือกลับไปติดตามโรคตับให้ต่อเนื่อง ส่วนผู้ที่มีประวัติมะเร็งในครอบครัว การถามรายละเอียดจากญาติให้ครบก็ช่วยให้วางแผนได้ดีขึ้นมาก
ไม่จำเป็นต้องรอให้รู้สึกป่วยก่อนจึงเริ่มใส่ใจเรื่องนี้ การมีแผนตรวจที่เข้าใจได้และติดตามต่อเนื่อง ช่วยให้รู้ว่าควรทำอะไรในวันนี้ และควรกลับมาประเมินอีกครั้งเมื่อใด
ยังควรประเมินการคัดกรองตามอายุและความเสี่ยง เพราะการไม่มีประวัติครอบครัวไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงเป็นศูนย์ ตัวอย่างเช่น การคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่มีคำแนะนำสำหรับผู้มีความเสี่ยงทั่วไปด้วย ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้มีญาติเป็นโรค
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าต้องตรวจมะเร็งทุกชนิด แพทย์จะเลือกจากอายุ ประวัติสุขภาพ พฤติกรรม และผลตรวจเดิม ผู้ชายที่ไม่สูบบุหรี่อาจไม่เข้าเกณฑ์ LDCT ขณะที่ผู้มีโรคตับอาจต้องเฝ้าระวังมะเร็งตับเป็นพิเศษ แผนที่เหมาะสมจึงต่างกันได้แม้อายุเท่ากัน
อายุ 40 ปีเหมาะกับการทบทวนความเสี่ยงและวางแผนล่วงหน้า แต่ยังไม่มีรายการตรวจเดียวที่ทุกคนต้องทำเหมือนกัน หากมีญาติสายตรงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ตั้งแต่อายุน้อย อาจจำเป็นต้องเริ่มคัดกรองเร็วกว่ากลุ่มทั่วไป ส่วนผู้มีประวัติมะเร็งต่อมลูกหมากในญาติสายตรงหลายคนอาจควรเริ่มพูดคุยเรื่อง PSA ตั้งแต่วัยนี้
ข้อมูลที่ควรเตรียมคือชนิดมะเร็งของญาติ ความสัมพันธ์ทางสายเลือด และอายุที่เริ่มป่วย หากไม่มีความเสี่ยงพิเศษ แพทย์อาจแนะนำติดตามสุขภาพและกำหนดเวลาประเมินในอนาคต แทนการตรวจหลายรายการทันที
ไม่เพียงพอที่จะใช้แทนการคัดกรองมะเร็งที่เหมาะสมทั้งหมด สารบ่งชี้มะเร็งบางชนิดเพิ่มขึ้นจากภาวะที่ไม่ใช่มะเร็งได้ และมะเร็งบางรายก็ไม่ได้ทำให้ค่าดังกล่าวสูง
การเลือกวิธีตรวจต้องตรงกับโรคและหลักฐานสนับสนุน เช่น การตรวจอุจจาระหรือส่องกล้องสำหรับมะเร็งลำไส้ใหญ่ และ LDCT สำหรับมะเร็งปอดในผู้เข้าเกณฑ์ ส่วน PSA ต้องแปลผลในบริบทของแต่ละคน การได้รับผลเลือดปกติจึงไม่ใช่เหตุให้ข้ามการตรวจอื่นที่แพทย์แนะนำ หรือมองข้ามอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นภายหลัง
อาจยังควรได้รับการประเมิน เพราะต้องพิจารณาทั้งอายุ ปริมาณบุหรี่สะสม และระยะเวลาหลังเลิกสูบ ตามเกณฑ์ USPSTF ผู้มีอายุ 50–80 ปี สูบบุหรี่สะสมอย่างน้อย 20 pack-years และเลิกมาไม่เกิน 15 ปี ยังอยู่ในกลุ่มที่แนะนำให้พิจารณา LDCT ทุกปี
หากเลิกสูบมานานกว่านั้น ควรปรึกษาแพทย์เป็นรายบุคคล เพราะแนวทางของแต่ละองค์กรมีรายละเอียดต่างกัน และสุขภาพโดยรวมก็มีผลต่อการตัดสินใจด้วย หากมีอาการ เช่น ไอเป็นเลือด ต้องพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโดยตรง ไม่ใช้เกณฑ์คัดกรองเป็นเงื่อนไขในการเข้ารับการตรวจ
ไม่จำเป็นต้องตรวจทุกชนิดทุกปี ความถี่ขึ้นอยู่กับวิธีตรวจและความเสี่ยง เช่น การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ที่ปกติในผู้มีความเสี่ยงทั่วไปอาจเว้นได้ประมาณ 10 ปี ขณะที่การตรวจอุจจาระต้องทำซ้ำถี่กว่า ส่วน LDCT ในผู้เข้าเกณฑ์มักเป็นการตรวจทุกปี
สำหรับ PSA แพทย์อาจปรับระยะติดตามตามค่าที่ตรวจพบและระดับความเสี่ยง ส่วนการเฝ้าระวังมะเร็งตับในกลุ่มเสี่ยงมักมีรอบติดตามประมาณ 6 เดือน จึงควรเก็บผลตรวจและบันทึกวันนัดให้ชัดเจน หากมีอาการใหม่ระหว่างรอนัด ควรพบแพทย์ก่อนกำหนด ไม่ต้องรอให้ครบรอบ
โปรแกรมตรวจภูมิแพ้ Skin Test และ IgE 45 ชนิด
วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่
โปรแกรมตรวจสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ Active Senior 60+
แพ็กเกจตรวจสุขภาพผู้ป่วยเบาหวาน
แพ็กเกจ TMS กระตุ้นสมองด้วยสนามแม่เหล็ก
วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี สำหรับผู้ใหญ่