“กระดูกสันหลังคด” (Scoliosis)

รู้เร็ว รักษาได้ ก่อนส่งผลต่อบุคลิกภาพและการใช้ชีวิต

ให้ Ai ช่วยสรุปบทความนี้

Key Takeaways

  • ไม่ใช่แค่เรื่องบุคลิกภาพ: ภาวะกระดูกสันหลังคด (Scoliosis) คือการผิดรูปของกระดูกสันหลังที่บิดเอียงออกด้านข้างเกิน 10 องศา ซึ่งส่งผลมากกว่าเรื่องความสวยงาม แต่กระทบต่อระบบกล้ามเนื้อ สมดุลร่างกาย และระบบอื่นๆในระยะยาว
  • พบได้ทุกช่วงวัย: มักพบได้บ่อยในเด็กวัยเจริญเติบโต (ช่วงอายุ 10-15 ปี) โดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด รวมถึงผู้ใหญ่และผู้สูงอายุจากการเสื่อมสภาพของข้อต่อและหมอนรองกระดูก
  • 5 สัญญาณเตือนที่สังเกตได้ง่าย: ไหล่สูงต่ำไม่เท่ากัน, สะโพกเอียง, สะบักปูดนูน, ลำตัวเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง และก้มตัวแล้วเห็นแผ่นหลังนูนไม่เท่ากัน
  • ตรวจวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยีแม่นยำ: สามารถประเมินระดับความคดได้จากการตรวจร่างกายและเอกซเรย์เพื่อวัดมุมคด (Cobb Angle) ทำให้วางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุด
  • ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไป: ในระยะแรกสามารถรักษาและชะลอการคดได้ด้วยการติดตามอาการ การทำกายภาพบำบัดเฉพาะทาง และการใส่เสื้อดามหลัง (Spine Brace) โดยการผ่าตัดจะพิจารณาในรายที่คดรุนแรงเท่านั้น

กระดูกสันหลังคด เมื่อไหล่สองข้างเริ่มไม่เท่ากัน ควรสังเกตอะไรต่อ

บางครอบครัวเริ่มสังเกตความผิดปกติจากเรื่องเล็ก ๆ ตอนลูกลองชุดนักเรียน เสื้อดูเอียงไปข้างหนึ่งทั้งที่ขนาดพอดี หรือเวลายืนถ่ายรูป ไหล่ข้างหนึ่งสูงกว่าอีกข้างอยู่เสมอ พอเตือนให้ยืนตรงก็ยังดูไม่เท่ากัน ความเปลี่ยนแปลงแบบนี้อาจเป็นเหตุให้สงสัยภาวะกระดูกสันหลังคด และควรได้รับการตรวจเพื่อหาสาเหตุ มากกว่าคอยบอกให้เจ้าตัวปรับบุคลิกภาพเพียงอย่างเดียว

กระดูกสันหลังคด หรือ Scoliosis พบได้ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ หลายคนมีความคดเพียงเล็กน้อย ใช้ชีวิตได้ตามปกติ และไม่จำเป็นต้องผ่าตัด สิ่งที่ช่วยให้ตัดสินใจดูแลได้เหมาะสมคือการรู้ว่าคดบริเวณไหน มากเพียงใด และมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงหรือไม่ โดยเฉพาะช่วงที่เด็กกำลังโตเร็ว การติดตามอย่างเป็นระบบจะช่วยให้แพทย์เห็นจังหวะที่ควรเริ่มรักษา

หากเริ่มเห็นความไม่สมมาตรของไหล่ เอว หรือแผ่นหลัง สามารถศึกษาข้อมูลการตรวจประเมินได้ที่ ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลธนบุรี แล้วนำข้อสังเกตไปพูดคุยกับแพทย์ การไปตรวจไม่ได้หมายความว่าต้องเริ่มรักษาด้วยวิธีใหญ่ทันที แต่เป็นการทำให้รู้ว่าอะไรควรติดตามและอะไรควรดูแลตั้งแต่ตอนนี้

กระดูกสันหลังคด เมื่อไหล่สองข้างเริ่มไม่เท่ากัน ควรสังเกตอะไรต่อ
รายการเนื้อหา

กระดูกสันหลังคดคืออะไร และต่างจากการยืนเอียงอย่างไร

เมื่อมองแนวกระดูกสันหลังจากด้านหลัง โดยทั่วไปแนวกระดูกควรค่อนข้างตรง แต่ผู้ที่มีกระดูกสันหลังคดจะมีแนวโค้งออกด้านข้าง อาจดูคล้ายตัว C หรือ S และมักมีการหมุนของกระดูกแต่ละข้อร่วมด้วย จึงอธิบายได้ว่าทำไมบางคนมีสะบักหรือซี่โครงด้านหนึ่งนูนกว่าอีกด้าน แม้พยายามยืนให้ตรงแล้วก็ตาม

แพทย์วัดความคดจากภาพเอกซเรย์ด้วยวิธีที่เรียกว่า Cobb angle หรือมุมคอบบ์ โดยทั่วไปใช้มุมตั้งแต่ 10 องศาเป็นเกณฑ์ของกระดูกสันหลังคด ส่วนความเอียงที่เกิดจากท่ายืนหรือสาเหตุอื่น เช่น ความต่างของความยาวขา ต้องแยกด้วยการตรวจร่างกาย ตัวเลขมุมคดจึงมีประโยชน์เมื่ออ่านร่วมกับการตรวจ ไม่ใช่ใช้ภาพถ่ายจากโทรศัพท์วัดและสรุปเอง

สำหรับคนที่เพิ่งได้รับผลตรวจ คำถามที่ควรถามต่อคือ “ความคดนี้กำลังเพิ่มขึ้นหรือไม่” เพราะมุมเท่ากันในคนสองคนอาจนำไปสู่แผนดูแลต่างกัน เด็กที่ยังเหลือช่วงเติบโตมากกับผู้ใหญ่ที่รูปร่างคงที่แล้วมีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน การมีผลเอกซเรย์เก่ามาเปรียบเทียบจึงช่วยให้การพูดคุยมีข้อมูลมากกว่าความรู้สึกว่าหลังดูเอียงขึ้น

ทำไมกระดูกสันหลังคดจึงพบได้ทั้งในวัยรุ่นและผู้สูงอายุ

ทำไมกระดูกสันหลังคดจึงพบได้ทั้งในวัยรุ่นและผู้สูงอายุ

ชนิดไม่ทราบสาเหตุที่มักเริ่มสังเกตได้ในช่วงโตเร็ว

กระดูกสันหลังคดชนิดไม่ทราบสาเหตุ หรือ Idiopathic scoliosis เป็นชนิดที่พบบ่อยในเด็กและวัยรุ่น มักเริ่มเห็นชัดในช่วงเข้าสู่วัยรุ่น แพทย์ยังไม่สามารถระบุสาเหตุเดียวที่อธิบายได้ทุกคน อาจมีปัจจัยทางพันธุกรรมเกี่ยวข้องในบางครอบครัว แต่ไม่ได้แปลว่าทุกคนที่มีญาติเป็นจะต้องเป็นด้วย

การสะพายกระเป๋าหนักหรือการนั่งท่าไม่เหมาะสมไม่ใช่สาเหตุที่ยืนยันว่าทำให้เกิดกระดูกสันหลังคดชนิดนี้ แม้พฤติกรรมดังกล่าวทำให้กล้ามเนื้อเมื่อยล้าและปวดหลังได้ การปรับท่าทางจึงยังมีประโยชน์ต่อความสบายของหลัง แต่ไม่ควรใช้แทนการตรวจเมื่อเห็นความผิดปกติของแนวลำตัว

ความผิดปกติแต่กำเนิดและโรคที่เกี่ยวกับประสาทหรือกล้ามเนื้อ

เด็กบางคนมีกระดูกสันหลังสร้างตัวหรือแยกตัวผิดปกติตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ขณะที่อีกกลุ่มมีโรคที่กระทบการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เช่น สมองพิการหรือโรคกล้ามเนื้อบางชนิด แนวทางดูแลของกลุ่มนี้อาจต่างจากกระดูกสันหลังคดชนิดไม่ทราบสาเหตุ และต้องพิจารณาโรคที่มีอยู่ร่วมกันด้วย

ความคดที่พบในวัยผู้ใหญ่

ผู้ใหญ่บางคนมีความคดต่อเนื่องมาจากวัยเด็ก บางคนเพิ่งเกิดความคดจากความเสื่อมของหมอนรองกระดูกและข้อต่อกระดูกสันหลัง อาการที่ทำให้มาพบแพทย์อาจเป็นปวดหลัง ยืนได้น้อยลง หรือปวดร้าวลงขา มากกว่าความกังวลเรื่องรูปทรงเพียงอย่างเดียว แพทย์จึงต้องหาว่าอาการเกิดจากความคด ความเสื่อม การกดทับเส้นประสาท หรือหลายปัจจัยร่วมกัน

สัญญาณกระดูกสันหลังคดที่สังเกตได้ในชีวิตประจำวัน

5 สัญญาณกระดูกสันหลังคดที่สังเกตได้ในชีวิตประจำวัน

ระดับไหล่สองข้างไม่เท่ากัน

ลองสังเกตในท่ายืนสบาย ๆ ว่าไหล่ข้างหนึ่งสูงกว่าอีกข้างหรือไม่ โดยไม่ให้เจ้าตัวเกร็งหรือพยายามยกไหล่ชดเชย หากเห็นลักษณะเดิมซ้ำ ๆ ควรบอกแพทย์ว่าเริ่มสังเกตเมื่อใด แต่ไหล่ไม่เท่ากันเพียงอย่างเดียวอาจมีสาเหตุอื่นได้ จึงยังไม่ใช่ข้อสรุปว่าเป็นกระดูกสันหลังคด

แนวเอวหรือสะโพกสองข้างดูไม่สมมาตร

ความเว้าของเอวอาจไม่เท่ากัน หรือสะโพกด้านหนึ่งดูสูงกว่าอีกด้าน บางคนสังเกตจากช่องว่างระหว่างแขนกับลำตัวที่ต่างกัน เมื่อยืนปล่อยแขนตามสบาย สิ่งที่ควรนำไปเล่าคือความเปลี่ยนแปลงที่เห็นจริง ไม่จำเป็นต้องพยายามระบุว่าเป็นกระดูกข้อไหน หรือคดไปด้านใดด้วยตัวเอง

สะบักหรือซี่โครงด้านหนึ่งนูนกว่าอีกด้าน

การหมุนของกระดูกสันหลังอาจทำให้แผ่นหลังมีความนูนไม่เท่ากัน จึงมีคนสังเกตได้ขณะเปลี่ยนเสื้อหรือเมื่อมองจากด้านหลัง ความนูนนี้เป็นเหตุให้แพทย์ตรวจต่อ แต่ระดับที่มองเห็นไม่ได้บอกมุมคดอย่างแม่นยำ และไม่ควรใช้ตัดสินความรุนแรงแทนภาพเอกซเรย์

ลำตัวเอียง หรือศีรษะดูไม่อยู่กึ่งกลางเหนือสะโพก

บางคนดูเหมือนลำตัวเลื่อนไปด้านหนึ่ง แม้ยืนลงน้ำหนักบนเท้าทั้งสองข้าง การสังเกตควรดูภาพรวมทั้งไหล่ เอว และเชิงกราน เพราะท่ายืนที่เอียงชั่วคราวกับความผิดปกติของโครงสร้างอาจดูคล้ายกันได้ หากไม่แน่ใจ การให้แพทย์ตรวจในหลายท่าช่วยแยกสาเหตุได้ดีกว่าการเปรียบเทียบรูปถ่ายเพียงรูปเดียว

ก้มตัวแล้วแผ่นหลังสองข้างนูนไม่เท่ากัน

แพทย์อาจใช้ Adams forward bend test โดยให้ผู้รับการตรวจยืนแล้วก้มตัวไปข้างหน้า แขนปล่อยลง เพื่อดูความนูนของหลัง วิธีนี้เป็นการตรวจคัดกรองเบื้องต้น ไม่ใช่การยืนยันโรคหรือวัดมุมคอบบ์ ครอบครัวไม่ควรบังคับให้ก้มฝืนเมื่อมีอาการเจ็บ และไม่ควรทดลองดัดหลังตามความนูนที่เห็น

ทั้งห้าข้อเป็นเหตุให้เข้ารับการประเมิน ไม่จำเป็นต้องรอให้มีครบทุกข้อ โดยเฉพาะเด็กที่ยังเติบโต ควรนัดตรวจเมื่อพบความเปลี่ยนแปลงชัดเจน และคุยกับเจ้าตัวด้วยภาษาที่ไม่ตำหนิรูปร่าง เช่น “เห็นไหล่สองข้างต่างกันนิดหน่อย ลองไปตรวจให้รู้สาเหตุกัน” จะช่วยให้การดูแลเริ่มจากความเข้าใจมากกว่าความกังวล

ถ้าปล่อยไว้ ความคดจะเพิ่มขึ้นทุกคนหรือไม่

ความคดไม่ได้เพิ่มขึ้นในทุกคน และส่วนใหญ่ที่ตรวจพบมีระดับไม่รุนแรง แพทย์ประเมินโอกาสเปลี่ยนแปลงจากมุมคด การเติบโต และผลตรวจที่ติดตามต่อเนื่อง ภาวะรุนแรงโดยเฉพาะความคดช่วงอกอาจมีผลต่อการหายใจ แต่ไม่ควรตีความว่าไหล่เอียงเล็กน้อยหมายถึงปอดหรือหัวใจกำลังมีปัญหา

อีกเรื่องที่มักทำให้ครอบครัวลังเลคือเด็กไม่ปวดหลัง กระดูกสันหลังคดชนิดไม่ทราบสาเหตุในวัยรุ่นมักไม่มีอาการปวด ความรู้สึกสบายจึงไม่สามารถใช้ยืนยันว่าแนวกระดูกปกติได้ ในทางกลับกัน หากมีอาการปวดมากหรืออาการที่ต่างจากภาพทั่วไป แพทย์ก็ต้องประเมินหาสาเหตุอื่นร่วมด้วย

สิ่งที่ครอบครัวทำได้ระหว่างรอนัดคือจดข้อสังเกตสั้น ๆ ว่าเห็นความเปลี่ยนแปลงเมื่อใด มีอาการปวดหรือข้อจำกัดอะไร และเคยมีผลตรวจหรือไม่ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้การตรวจเริ่มต้นตรงกับปัญหา โดยไม่ต้องเฝ้าตรวจรูปร่างทุกวันจนทำให้เด็กไม่สบายใจ

ตรวจอย่างไรให้รู้ว่าคดมากเพียงใด

เริ่มจากประวัติและการตรวจร่างกาย

แพทย์จะถามเรื่องช่วงอายุ การเติบโต ประวัติครอบครัว โรคประจำตัว และอาการที่เกิดขึ้น จากนั้นตรวจท่ายืน การก้มตัว สมดุลลำตัว และการทำงานของระบบประสาท การตรวจช่วยหาข้อมูลว่าความเอียงที่เห็นสัมพันธ์กับโครงสร้างกระดูกหรือปัจจัยอื่นอย่างไร [9]

ก่อนพบแพทย์ ควรเตรียมรายชื่อยาที่ใช้ ผลเอกซเรย์เดิม และคำถามที่อยากรู้ เช่น ต้องติดตามนานแค่ไหน ยังเล่นกีฬาชนิดเดิมได้หรือไม่ และการเปลี่ยนแปลงแบบใดควรกลับมาตรวจเร็วกว่านัด หากผู้ป่วยเป็นวัยรุ่น ควรให้เจ้าตัวมีโอกาสถามเรื่องเรียน กีฬา และการใส่เสื้อดามหลังด้วย เพราะเป็นเรื่องที่มีผลกับชีวิตประจำวันโดยตรง

เอกซเรย์ช่วยวัดมุมคดและดูแนวกระดูก

เมื่อมีข้อบ่งชี้ แพทย์อาจตรวจเอกซเรย์กระดูกสันหลังในท่ายืนเพื่อประเมินแนวโค้งและวัดมุมคอบบ์ ผลนี้ใช้เป็นข้อมูลตั้งต้นสำหรับเปรียบเทียบครั้งต่อไป การถ่ายภาพติดตามควรทำตามช่วงเวลาที่แพทย์กำหนด โดยคำนึงถึงความจำเป็นและปริมาณรังสี

MRI หรือ CT ไม่ใช่การตรวจที่ทุกคนต้องทำ

MRI อาจใช้เมื่อแพทย์สงสัยความผิดปกติของไขสันหลังหรือมีข้อมูลที่ต้องประเมินเพิ่มเติม ส่วน CT มีบทบาทตามข้อบ่งชี้เฉพาะ การตรวจที่เหมาะสมจึงไม่ได้หมายถึงตรวจทุกชนิดพร้อมกัน หากต้องตรวจเพิ่มเติม ควรถามว่าผลตรวจจะช่วยตอบคำถามอะไรและมีผลต่อแผนดูแลอย่างไร

รักษากระดูกสันหลังคดอย่างไร โดยไม่เริ่มจากคำว่าต้องผ่าตัด

ติดตามความคดในรายที่ยังไม่จำเป็นต้องรักษาเพิ่มเติม

การติดตามเป็นทางเลือกที่แพทย์ใช้ในความคดระดับน้อย หรือผู้ที่หยุดเติบโตและความคดไม่เปลี่ยนแปลง โดย SRS ระบุว่ามักพิจารณาในมุมต่ำกว่าประมาณ 25–30 องศา เด็กที่ยังเติบโตอาจได้รับการติดตามเอกซเรย์ทุก 4–6 เดือน ขณะที่รายอื่นอาจเว้นช่วงนานกว่านั้นตามความเหมาะสม

คำว่า “ติดตาม” จึงมีแผนชัดเจน ทั้งวันนัด ข้อมูลที่จะเปรียบเทียบ และเงื่อนไขที่ต้องเปลี่ยนวิธีรักษา หากไม่สะดวกมาตามนัด ควรติดต่อเลื่อนและขอคำแนะนำ ไม่ปล่อยให้ขาดการติดตามโดยไม่รู้ว่าจะกลับมาตรวจเมื่อใด

กายภาพบำบัดและการออกกำลังกายต้องตั้งเป้าหมายให้ตรง

การฝึกกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหวอาจช่วยเรื่องความแข็งแรง ความสบาย และการใช้ชีวิต โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่มีอาการปวด โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับกระดูกสันหลังคด เช่น Schroth มุ่งฝึกการจัดแนวลำตัวและการหายใจตามรูปแบบความคด แต่ไม่ควรคาดหวังว่าออกกำลังกายแล้วกระดูกจะกลับมาตรงทั้งหมด หรือใช้แทนเสื้อดามหลังเมื่อมีข้อบ่งชี้

ผู้ที่ต้องการเริ่มฝึกสามารถสอบถามการประเมินได้ที่ ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด โรงพยาบาลธนบุรี โดยนำผลตรวจและคำแนะนำของแพทย์มาประกอบด้วย การมีโปรแกรมที่เหมาะกับตนเองช่วยให้รู้ว่าควรฝึกอะไร และจะประเมินความก้าวหน้าจากเรื่องใด

เสื้อดามหลังช่วยลดโอกาสที่ความคดจะเพิ่มในช่วงเติบโต

เสื้อดามหลังหรือ Spine brace มีบทบาทในเด็กและวัยรุ่นที่ยังเติบโตและมีความคดถึงระดับที่เหมาะสม โดยทั่วไปมักพิจารณาราว 25–45 องศา หรือถึงประมาณ 45–50 องศาในบางกรณีตามการประเมิน จุดมุ่งหมายหลักคือจำกัดการเพิ่มของความคดระหว่างการเติบโต ไม่ใช่รับรองว่าจะแก้แนวกระดูกให้ตรงถาวร

ชนิดเสื้อและชั่วโมงที่ใส่แต่ละวันต้องกำหนดเฉพาะบุคคล การใส่สม่ำเสมอมีผลต่อความสำเร็จของการรักษา หากมีแผลกดทับ ใส่แล้วไม่พอดี หรือมีปัญหาในการใช้ชีวิต ควรแจ้งทีมรักษาเพื่อปรับแก้ เสื้อพยุงหลังทั่วไปที่ซื้อเองไม่สามารถทดแทนเสื้อดามที่ออกแบบสำหรับความคดได้

การผ่าตัดพิจารณาจากข้อบ่งชี้และเป้าหมายของผู้ป่วย

ในวัยรุ่น แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดเมื่อความคดมากประมาณ 45–50 องศาขึ้นไป หรือมีแนวโน้มเพิ่มจนถึงระดับที่น่ากังวล ส่วนผู้ใหญ่ต้องพิจารณาความปวด การกดทับเส้นประสาท สมดุลลำตัว และผลของการรักษาที่ผ่านมาร่วมด้วย จึงไม่ควรใช้ตัวเลขเดียวตัดสินว่าผู้ใหญ่ทุกคนต้องผ่าตัด

การผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลังหรือ Spinal fusion ใช้อุปกรณ์ช่วยจัดแนวและยึดกระดูกจนเกิดการเชื่อมติด เป้าหมายคือปรับความผิดรูปอย่างเหมาะสมและช่วยจำกัดการเปลี่ยนแปลง ไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกแนวโค้งตรงทั้งหมด วิธีผ่าตัด ขอบเขตการเชื่อมข้อ และระยะฟื้นตัวต่างกัน จึงควรคุยเรื่องกิจกรรมที่อยากกลับไปทำและข้อจำกัดที่อาจเกิดขึ้นก่อนตัดสินใจ [7]

การผ่าตัดกระดูกสันหลังคดมีความซับซ้อนและมีความเสี่ยง เช่น การติดเชื้อ เลือดออก หรือการบาดเจ็บต่อเส้นประสาท แม้มีเครื่องมือช่วยระหว่างผ่าตัดก็ไม่สามารถรับรองว่าจะไม่มีภาวะแทรกซ้อน การเลือกวิธีจึงต้องอาศัยการประเมินประโยชน์กับความเสี่ยงในผู้ป่วยรายนั้น

ใช้ชีวิตและออกกำลังกายอย่างไรเมื่อมีกระดูกสันหลังคด

หลายคนยังเรียน ทำงาน และเล่นกีฬาได้ การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยดูแลกล้ามเนื้อและสุขภาพโดยรวม เด็กส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องงดกิจกรรมทั้งหมด แต่ควรถามแพทย์ถึงข้อจำกัดตามความคด อาการ และการรักษาที่ได้รับ โดยเฉพาะคนที่เพิ่งผ่าตัดหรือกำลังเริ่มโปรแกรมใหม่

ในชีวิตประจำวัน การจัดโต๊ะและเก้าอี้ให้เหมาะกับตัว การเปลี่ยนอิริยาบถเมื่อเมื่อย และแบ่งน้ำหนักของที่ถือให้พอดี ช่วยลดความไม่สบายจากการใช้งานได้ แต่ไม่ใช่วิธีป้องกันกระดูกสันหลังคดชนิดไม่ทราบสาเหตุ และไม่ใช่หลักฐานว่าความคดลดลงเพราะนั่งหลังตรงขึ้น

สำหรับครอบครัวที่มีวัยรุ่นใส่เสื้อดามหลัง ควรคุยเรื่องช่วงเวลาที่ใส่ การแต่งตัว การเรียน และกิจกรรมร่วมกัน ให้เด็กบอกสิ่งที่ติดขัดได้โดยไม่รู้สึกว่าถูกตำหนิ หากมีปัญหา ให้รวบรวมไปพูดคุยกับทีมรักษาเพื่อหาวิธีที่ทำได้จริง ความสม่ำเสมอจะเกิดง่ายขึ้นเมื่อผู้ป่วยเข้าใจเหตุผลและมีส่วนร่วมกับแผนดูแล

หลังการผ่าตัด ควรทำตามคำแนะนำเรื่องดูแลแผล การเคลื่อนไหว และการกลับไปเรียนหรือทำงานตามแผนเฉพาะบุคคล ไม่ใช้ระยะฟื้นตัวของคนอื่นเป็นกำหนดของตัวเอง เพราะตำแหน่งและขอบเขตการผ่าตัดอาจต่างกัน

เริ่มต้นตรวจประเมินที่โรงพยาบาลธนบุรี

ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลธนบุรี มีบริการประเมินปัญหากระดูกสันหลังและกระดูกสันหลังผิดรูป รวมถึงปัญหากระดูกและข้อในเด็ก แนวทางรักษาพิจารณาจากอายุ การเจริญเติบโต ภาวะโรค และข้อบ่งชี้ของแต่ละคน ครอบคลุมการดูแลโดยไม่ผ่าตัดและการผ่าตัดเมื่อเหมาะสม [11]

เมื่อมาตรวจ ควรบอกให้ชัดว่ากังวลเรื่องใดมากที่สุด เช่น รูปร่างเปลี่ยน ปวดหลัง เดินได้น้อยลง หรือไม่แน่ใจว่าลูกยังเล่นกีฬาได้หรือไม่ เป้าหมายเหล่านี้ช่วยให้การพูดคุยเรื่องรักษาเชื่อมกับชีวิตจริง สามารถสอบถามการนัดหมายและข้อมูลก่อนเข้ารับบริการได้จาก ช่องทางติดต่อโรงพยาบาลธนบุรี

เมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงแล้ว ให้ตรวจเพื่อรู้ว่าควรดูแลอย่างไร

หากวันนี้สังเกตเห็นไหล่ไม่เท่ากัน เอวดูเอียง หรือแผ่นหลังนูนต่างกัน ควรใช้สิ่งที่เห็นเป็นข้อมูลเริ่มต้นสำหรับการตรวจ ไม่ต้องรีบสรุปว่ารุนแรง และไม่ต้องรอให้เกิดอาการปวดก่อนเสมอไป ผลประเมินจะช่วยตอบว่าต้องติดตามอย่างเดียว เริ่มเสื้อดามหลัง หรือวางแผนดูแลแบบอื่น

การรู้ว่าตัวเองมีกระดูกสันหลังคดไม่ได้ทำให้ทุกกิจกรรมต้องหยุดลง แต่ช่วยให้เลือกวิธีดูแลที่เหมาะกับวัยและความเปลี่ยนแปลงของแนวกระดูก หากมีข้อสงสัย สามารถเริ่มพูดคุยกับแพทย์ที่ ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลธนบุรี พร้อมผลตรวจเดิมและคำถามที่อยากได้คำตอบ

FAQ

กระดูกสันหลังคด เกิดจากการสะพายกระเป๋านักเรียนหนักๆ หรือนั่งท่าผิดๆ ใช่หรือไม่?

ไม่ใช่สาเหตุหลัก การสะพายกระเป๋าหนักหรือนั่งผิดท่าอาจทำให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อ หรือทำให้สะบักเอียงชั่วคราว (Postural Scoliosis) แต่ไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้โครงสร้างกระดูกสันหลังบิดหมุนและคดถาวร (True Scoliosis) อย่างไรก็ตาม การปรับพฤติกรรมก็ยังเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพหลัง

สามารถเล่นกีฬาได้ตามปกติ ผู้ป่วยกระดูกสันหลังคดหลายคนรวมถึงนักกีฬาระดับโลกก็มีภาวะนี้ การออกกำลังกายโดยเฉพาะกีฬาประเภทว่ายน้ำ วิ่ง หรือการเวทเทรนนิ่งเบาๆ ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบกระดูกสันหลังให้แข็งแรงได้ดี แต่ควรหลีกเลี่ยงกีฬาที่มีการกระแทกหรือบิดลำตัวรุนแรงหากมีมุมคดมาก

ในผู้ใหญ่ที่กระดูกสันหลังติดแข็งและหยุดการเจริญเติบโตแล้ว การรักษาด้วยวิธีไม่ผ่าตัด (เช่น กายภาพบำบัด) มุ่งเน้นไปที่การลดอาการปวด เพิ่มความยืดหยุ่น และป้องกันไม่ให้มุมคดเพิ่มขึ้น แต่จะไม่สามารถดัดกระดูกให้กลับมาตรงได้ หากต้องการปรับโครงสร้างกระดูกให้ตรงขึ้นจะต้องอาศัยการผ่าตัด

แพทย์จะพิจารณาผ่าตัดเมื่อมุมคดมากกว่า 45 – 50  องศา ขึ้นไป ร่วมกับมีอาการปวดรุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่น หรือมุมคดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว หรือเริ่มกดทับเส้นประสาทและส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานของปวดและหัวใจ

หลายคนยังเล่นกีฬาและออกกำลังกายได้ เด็กส่วนใหญ่สามารถทำกิจกรรมได้หลายประเภทโดยไม่ต้องงดทั้งหมด การเลือกกิจกรรมควรดูอาการ ความรุนแรง และคำแนะนำจากทีมรักษา การออกกำลังกายช่วยดูแลกล้ามเนื้อและสุขภาพ แต่ไม่ควรคาดหวังว่ากีฬาชนิดใดชนิดหนึ่งจะรักษาความคดให้หาย

หากใส่เสื้อดามหลัง ควรถามวิธีจัดเวลาออกกำลังกายให้เข้ากับแผนการใส่เสื้อ หากเพิ่งผ่าตัด ต้องรอคำแนะนำเรื่องการกลับไปเล่นกีฬาตามการฟื้นตัว ผู้ใหญ่ที่มีอาการปวดหรือปวดร้าวลงขาควรได้รับการประเมินก่อนเริ่มโปรแกรมที่หนักขึ้น เพื่อเลือกกิจกรรมที่เหมาะกับข้อจำกัดของตนเอง

References

  • Scoliosis Research Society (SRS). Scoliosis Conditions and Treatment Options Guidelines.
    https://www.srs.org/Patients/Conditions/Scoliosis

  • American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS). Idiopathic Scoliosis in Children and Adolescents Overview.
    https://www.orthoinfo.org/diseases–conditions/idiopathic-scoliosis-in-children-and-adolescents/

  • Mayo Clinic. Scoliosis: Symptoms, Causes, Diagnosis, and Treatment.
    https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/scoliosis/symptoms-causes/syc-20350716

  • National Health Service (NHS). Scoliosis in Children and Adults.
    https://www.nhs.uk/conditions/scoliosis/treatment-in-children/

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง