ผู้เขียน
โรงพยาบาลธนบุรี
ศูนย์รักษาที่เกี่ยวข้อง
แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง
ให้ Ai ช่วยสรุปบทความนี้
Key Takeaways
บางคนเริ่มสังเกตว่าตัวเองต้องไขว่ห้างหรือเกร็งตัวทุกครั้งที่ไอ จาม หรือหัวเราะแรง ๆ บางคนเลิกวิ่ง เลิกกระโดด หรือเลือกนั่งใกล้ห้องน้ำเสมอ เพราะกลัวว่าจะกลั้นปัสสาวะไม่ทัน เรื่องเล็กที่ดูเหมือนไม่รุนแรงจึงค่อย ๆ เปลี่ยนวิธีใช้ชีวิตโดยไม่รู้ตัว
อาการปัสสาวะเล็ดหรือกลั้นปัสสาวะไม่อยู่เกิดได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย และมีหลายสาเหตุ หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญคือการทำงานของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ซึ่งทำหน้าที่เหมือนฐานรองรับอวัยวะในอุ้งเชิงกรานและมีส่วนช่วยควบคุมการขับถ่าย เมื่อกล้ามเนื้อกลุ่มนี้อ่อนแรงหรือทำงานประสานกันได้ไม่ดี อาการปัสสาวะเล็ดจึงอาจเริ่มรบกวนกิจวัตร ความมั่นใจ การออกกำลังกาย และคุณภาพชีวิต
โรงพยาบาลธนบุรีมีข้อมูลเกี่ยวกับภาวะนี้ในบทความ ปัสสาวะเล็ด กลั้นไม่อยู่ ซึ่งอธิบายว่าปัญหาสามารถพบได้ตั้งแต่วัยอายุน้อยจนถึงผู้สูงอายุ และสัมพันธ์ได้กับอายุ การคลอดบุตร และวัยหมดประจำเดือน
นอกจากการฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานด้วยตัวเองแล้ว ปัจจุบันมีเทคโนโลยีกระตุ้นด้วยสนามแม่เหล็กที่ออกแบบให้ผู้รับบริการนั่งบนเก้าอี้ขณะสวมเสื้อผ้าตามปกติ สนามแม่เหล็กจะกระตุ้นเส้นประสาทและทำให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานหดตัวซ้ำ ๆ โดยไม่ต้องสอดอุปกรณ์เข้าไปในร่างกาย เทคโนโลยีกลุ่มนี้อาจเรียกว่า Extracorporeal Magnetic Innervation, pelvic floor magnetic stimulation หรือในอุปกรณ์บางระบบใช้คำว่า HIFEM
ถ้านึกภาพอุ้งเชิงกรานเป็นพื้นที่ด้านล่างสุดของลำตัว กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานจะวางตัวคล้ายเปลหรือแผ่นรองรับอวัยวะด้านบน เช่น กระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ และอวัยวะสืบพันธุ์ กล้ามเนื้อกลุ่มนี้ไม่ได้มีหน้าที่แค่พยุงอวัยวะ แต่ยังต้องหดและคลายให้ถูกจังหวะเวลาปัสสาวะ อุจจาระ ออกแรง ไอ จาม หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ
เมื่อกล้ามเนื้ออ่อนแรง สิ่งที่เห็นก่อนอาจไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่เป็นอาการที่คนจำนวนมากพยายามซ่อน เช่น ไอแล้วมีปัสสาวะเล็ด กระโดดแล้วไม่มั่นใจ ต้องเข้าห้องน้ำบ่อย หรือกังวลว่าจะหาห้องน้ำไม่ทัน ในผู้หญิง ปัจจัยอย่างการตั้งครรภ์และการคลอด อายุที่เพิ่มขึ้น และการเปลี่ยนแปลงหลังหมดประจำเดือนอาจมีส่วน ขณะที่ความดันในช่องท้องที่สูงเรื้อรังจากโรคอ้วน ไอเรื้อรัง ท้องผูก หรือการยกของหนักก็อาจเพิ่มภาระต่ออุ้งเชิงกรานได้
แต่คำว่า “อุ้งเชิงกรานอ่อนแรง” ไม่ได้อธิบายอาการทุกอย่างเสมอไป บางคนมีภาวะกล้ามเนื้อเกร็งมากเกินไป บางคนมีปัญหาระบบประสาท กระเพาะปัสสาวะ ต่อมลูกหมาก หรืออวัยวะในอุ้งเชิงกรานร่วมด้วย ดังนั้นการประเมินก่อนเริ่มรักษาจึงสำคัญกว่าการเลือกเครื่องมือจากอาการเพียงอย่างเดียว
การฝึก Pelvic Floor Muscle Training หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า Kegel เป็นแนวทางอนุรักษ์ที่ใช้กันมานาน จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่เกร็งให้เยอะที่สุด แต่อยู่ที่การระบุกล้ามเนื้อให้ถูก เกร็งได้เต็มที่ ผ่อนคลายได้ และทำอย่างสม่ำเสมอ
ความยากคือกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานมองไม่เห็นจากภายนอก บางคนตั้งใจเกร็งแต่กลับใช้หน้าท้อง ก้น หรือต้นขาแทน บางคนทำถูกแต่ไม่สม่ำเสมอ หรือหยุดเมื่ออาการดีขึ้นเล็กน้อย การมีแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดช่วยประเมินจึงทำให้รู้ว่าปัญหาอยู่ที่กำลังกล้ามเนื้อ การประสานงาน ความทนทาน หรือปัจจัยอื่น
หากต้องการประเมินและวางแผนฟื้นฟูแบบรายบุคคล สามารถดูข้อมูล ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด โรงพยาบาลธนบุรี ซึ่งให้บริการโดยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและนักกายภาพบำบัด พร้อมการตรวจและโปรแกรมฟื้นฟูตามภาวะของแต่ละคน
หลักการของเก้าอี้แม่เหล็กคือสร้างสนามแม่เหล็กที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วบริเวณอุ้งเชิงกราน สนามดังกล่าวสามารถผ่านเสื้อผ้าและกระตุ้นเส้นประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดการหดตัวของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเป็นจังหวะ ผู้รับบริการจึงไม่ได้เป็นคนสั่งให้กล้ามเนื้อเกร็งทีละครั้งเหมือนการทำ Kegel
ผู้รับบริการนั่งบนเก้าอี้ในตำแหน่งที่เหมาะสมโดยยังสวมเสื้อผ้าอยู่ จุดนี้เป็นข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดจากการกระตุ้นบางรูปแบบที่ต้องใช้อุปกรณ์ภายในช่องคลอดหรือทวารหนัก
เมื่อเพิ่มระดับพลังงาน ผู้รับบริการจะรู้สึกถึงการเกร็งหรือกระตุกของกล้ามเนื้อบริเวณอุ้งเชิงกรานเป็นจังหวะ Content Brief ระบุคำว่า Supramaximal Contractions และตัวเลขการหดตัวระดับมากกว่า 10,000 ครั้งต่อการรักษาประมาณ 28-30 นาที อย่างไรก็ตาม ตัวเลขจำนวนครั้งขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ โปรแกรม และนิยามของผู้ผลิต จึงควรใช้เป็นข้อมูลเฉพาะของระบบที่โรงพยาบาลใช้งานจริง มากกว่านำไปเทียบตรง ๆ ว่าเท่ากับการทำ Kegel จำนวนเดียวกัน
การกระตุ้นซ้ำอาจช่วยให้กล้ามเนื้อทำงานดีขึ้นและช่วยลดอาการปัสสาวะเล็ดในผู้ป่วยบางกลุ่ม แต่ผลลัพธ์ไม่ได้ขึ้นกับแรงกระตุ้นอย่างเดียว เพราะชนิดของภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ สุขภาพอุ้งเชิงกราน น้ำหนักตัว โรคร่วม และการฝึกด้วยตัวเองล้วนมีผลต่อแผนรักษา
ในผู้หญิงที่มีภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ พบสัญญาณว่าการรักษาอาจช่วยลดจำนวนครั้งของปัสสาวะเล็ดและทำให้คะแนนอาการดีขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม อย่างไรก็ตาม ผู้วิจัยระบุว่าการศึกษาที่มีอยู่ยังมีความแตกต่างกันมากและมีความเสี่ยงต่ออคติ จึงยังต้องการงานทดลองคุณภาพสูงที่ใช้วิธีวัดผลมาตรฐานมากขึ้น
ข้อมูลที่ใหม่ขึ้นในปี 2026 ก็ยังสะท้อนภาพเดียวกัน งานวิจัยในผู้หญิงไทยพบว่าอาการและคุณภาพชีวิตดีขึ้นหลังการรักษาและติดตาม 3 เดือน แต่เป็นการศึกษาแบบกลุ่มเดียว จึงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าผลทั้งหมดเกิดจาก HIFEM เมื่อเทียบกับวิธีอื่น ส่วน pilot randomized trial ในมารดาที่มี stress urinary incontinence พบว่าทั้งกลุ่มที่ทำ pelvic floor muscle training และกลุ่มที่เพิ่ม HIFEM มีแนวโน้มดีขึ้น โดยผลเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มยังต้องยืนยันด้วยการศึกษาขนาดใหญ่กว่า
เพราะฉะนั้น เก้าอี้แม่เหล็กไฟฟ้า จึง“เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการฟื้นฟูแบบไม่รุกล้ำสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการประเมินแล้ว” มากกว่าการบอกว่าเป็นวิธีที่ดีกว่า Kegel หรือรักษาได้ทุกคน
กลุ่มที่มีข้อมูลการศึกษาค่อนข้างมากคือผู้หญิงที่มี urinary incontinence โดยเฉพาะ stress urinary incontinence ซึ่งมักมีอาการปัสสาวะเล็ดเวลาไอ จาม หัวเราะ วิ่ง หรือออกแรง รวมถึงมีการศึกษาใน mixed urinary incontinence และอาการของ overactive bladder บางกลุ่ม
สำหรับการใช้เพื่อ “กระชับช่องคลอด” เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ รักษาภาวะอวัยวะอุ้งเชิงกรานหย่อน หรือแก้ erectile dysfunction นั้น เก้าอี้แม่เหล็กอาจสัมพันธ์กับคะแนน sexual function ที่ดีขึ้นในผู้หญิงที่มี urinary incontinence แต่ผู้วิจัยยังเรียกร้องให้มีงานทดลองมาตรฐานและติดตามระยะยาวเพิ่มเติม
จุดเด่นของการรักษารูปแบบนี้คือขั้นตอนไม่ซับซ้อน แต่ไม่ได้หมายความว่าควรเดินเข้าไปนั่งเครื่องโดยไม่ประเมินก่อน เพราะอาการปัสสาวะเล็ดมีหลายชนิดและบางครั้งมีโรคอื่นซ่อนอยู่
แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญจะซักประวัติ เช่น เล็ดตอนไอหรือจามหรือไม่ ปวดปัสสาวะรุนแรงหรือไม่ เข้าห้องน้ำบ่อยแค่ไหน เคยคลอดหรือผ่าตัดบริเวณอุ้งเชิงกรานหรือไม่ ใช้ยาอะไร และมีอุปกรณ์หรือโลหะฝังในร่างกายหรือเปล่า บางรายอาจต้องตรวจเพิ่มเติมตามอาการ
ผู้รับบริการยังสวมเสื้อผ้าได้ตามปกติ โดยมักแนะนำเสื้อผ้าที่สบายและหลีกเลี่ยงโลหะขนาดใหญ่บริเวณสะโพกตามข้อกำหนดของอุปกรณ์ เจ้าหน้าที่จะจัดตำแหน่งการนั่งและค่อย ๆ ปรับระดับพลังงานให้เหมาะสม ความรู้สึกที่พบได้คือกล้ามเนื้อหด เกร็ง หรือกระตุกเป็นจังหวะ ไม่ใช่การออกแรงเกร็งด้วยตัวเอง
เนื่องจากเป็นการกระตุ้นจากภายนอก จึงไม่มีบาดแผลจากการรักษา ผู้รับบริการส่วนใหญ่สามารถกลับไปทำกิจวัตรตามปกติได้ แต่หากมีอาการผิดปกติหลังทำควรแจ้งทีมรักษา และการออกกำลังกายหรือการฝึก Kegel ต่อเนื่องควรเป็นไปตามแผนที่ได้รับ
โปรแกรมตัวอย่างประมาณ 6-8 ครั้ง สัปดาห์ละ 2 ครั้ง และใช้เวลาประมาณ 28-30 นาทีต่อครั้ง ซึ่งใกล้เคียงกับหลายการศึกษาที่ใช้ 6 ครั้ง แต่จำนวนครั้งไม่ควรถูกเขียนเป็นสูตรตายตัว เพราะอุปกรณ์และโปรโตคอลต่างกัน งานวิจัยบางฉบับใช้สัปดาห์ละครั้ง ขณะที่บางฉบับใช้สองถึงสามครั้งต่อสัปดาห์
สิ่งที่ควรติดตามมากกว่าจำนวนครั้งคืออาการที่เปลี่ยนไป เช่น จำนวนครั้งที่ปัสสาวะเล็ด ปริมาณแผ่นซับที่ใช้ ความถี่ในการเข้าห้องน้ำ ความมั่นใจในการออกกำลังกาย และแบบประเมินมาตรฐานอย่าง ICIQ-UI SF หากทำไปช่วงหนึ่งแล้วอาการไม่เปลี่ยน ควรกลับมาทบทวนการวินิจฉัยและแผนรักษาแทนการเพิ่มจำนวนครั้งไปเรื่อย ๆ
สนามแม่เหล็กความเข้มสูงทำให้การคัดกรองอุปกรณ์ฝังในร่างกายและภาวะบางอย่างมีความสำคัญ ข้อห้ามจริงต้องอ้างอิงคู่มือของเครื่องที่โรงพยาบาลใช้งานและการประเมินของแพทย์ ไม่ควรใช้รายการจากอินเทอร์เน็ตแทนการคัดกรอง
การนั่งรักษาโดยไม่ต้องถอดเสื้อผ้าและไม่มีแผลทำให้เทคโนโลยีนี้ดูเข้าถึงง่าย แต่คำถามแรกไม่ควรเป็น “ต้องนั่งกี่ครั้ง” ควรเป็น “ปัสสาวะเล็ดของเราเป็นชนิดไหน และเกิดจากอะไร” เพราะ stress incontinence, urgency incontinence, mixed incontinence, การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ปัญหาต่อมลูกหมาก โรคทางระบบประสาท และผลข้างเคียงจากยาบางชนิด ต้องการแนวทางดูแลต่างกัน
ถ้ามีเลือดปนในปัสสาวะ ปัสสาวะแสบขัดร่วมกับไข้ ปวดเอวรุนแรง ปัสสาวะไม่ออก อาการชา/อ่อนแรงเกิดขึ้นใหม่ หรือมีอาการผิดปกติที่เปลี่ยนเร็ว ไม่ควรใช้การฟื้นฟูด้วยเครื่องเป็นจุดเริ่มต้น แต่ควรเข้ารับการตรวจหาสาเหตุ
คนที่มีอาการปัสสาวะเล็ดจำนวนไม่น้อยใช้เวลานานกว่าจะเล่าให้ใครฟัง บางคนปรับชีวิตด้วยการพกแผ่นซับ เลี่ยงการออกกำลังกาย ไม่กล้าหัวเราะเต็มที่ หรือวางแผนทุกเส้นทางจากตำแหน่งห้องน้ำ ทั้งที่อาการเหล่านี้มีแนวทางประเมินและฟื้นฟูได้
เก้าอี้แม่เหล็กไฟฟ้าเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานแบบไม่รุกล้ำ และมีงานวิจัยสนับสนุนมากขึ้น โดยเฉพาะในภาวะ urinary incontinence ของผู้หญิง แต่หลักฐานยังไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะได้ผลเหมือนกัน หรือควรแทนที่ pelvic floor muscle training ในทุกกรณี การดูแลที่ดีจึงเป็นการเลือกเครื่องมือให้ตรงกับปัญหา ไม่ใช่เลือกปัญหาให้เข้ากับเครื่องมือ
หากเริ่มมีอาการปัสสาวะเล็ด กลั้นไม่อยู่ หรือไม่แน่ใจว่ากำลังเกร็งอุ้งเชิงกรานถูกวิธี สามารถเริ่มจากการประเมินกับ ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด โรงพยาบาลธนบุรี เพื่อวางแผนฟื้นฟูที่เหมาะกับอาการและเป้าหมายของแต่ละคน
ไม่เจ็บเลยครับ ผู้รับบริการจะรู้สึกเพียงแค่การกระตุก สั่น และการเกร็งตัวเป็นจังหวะของกล้ามเนื้อบริเวณอุ้งเชิงกรานและสะโพก สามารถนั่งอ่านหนังสือหรือฟังเพลงขณะทำได้อย่างสบายๆ
ผู้ป่วยส่วนใหญ่เริ่มรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น เช่น ปัสสาวะเล็ดน้อยลง กั้นปัสสาวะได้ดีขึ้น หลังเข้ารับการรักษาประมาณ 2 – 4 ครั้งแรก ทั้งนี้ผลลัพธ์สูงสุดจะเห็นชัดเจนเมื่อทำครบตามคอร์สที่แพทย์แนะนำ (6–8 ครั้ง)
ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้ยาวนานประมาณ 6–12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและการดูแลตนเองของผู้ป่วย และแนะนำให้มานั่งรักษากระตุ้นซ้ำ (Maintenance) ปีละ 1–2 ครั้ง หรือขลิบ Kegel ควบคู่กันไปที่บ้าน
สามารถทำได้ ผู้ชายที่มีปัญหาปัสสาวะหยดหลังปัสสาวะเสร็จ อาการปัสสาวะเล็ดจากการผ่าตัดต่อมลูกหมาก หรือต้องการฟื้นฟูอาการอวัยวะเพศแข็งตัวไม่เต็มที่ ก็สามารถรับการรักษาด้วยเก้าอี้แม่เหล็กไฟฟ้าได้เช่นกัน
ทำได้ทันทีครับ เนื่องจากเป็นหัตถการที่ไม่รุกล้ำร่างกาย (Non-invasive) หลังทำเสร็จไม่มีบาดแผล ไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปทำภารกิจประจำวันหรือออกกำลังกายได้ตามปกติทันที
โปรแกรมตรวจภูมิแพ้ Skin Test และ IgE 45 ชนิด
วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่
โปรแกรมตรวจสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ Active Senior 60+
แพ็กเกจตรวจสุขภาพผู้ป่วยเบาหวาน
แพ็กเกจ TMS กระตุ้นสมองด้วยสนามแม่เหล็ก
วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี สำหรับผู้ใหญ่