ผู้เขียน
โรงพยาบาลธนบุรี
ศูนย์รักษาที่เกี่ยวข้อง
แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง
ให้ Ai ช่วยสรุปบทความนี้
Key Takeaways
ช่วงแรกครอบครัวอาจสังเกตเพียงว่า คุณพ่อหรือคุณแม่เดินช้าลงกว่าเดิม จากที่เคยเดินคล่องกลับเริ่มก้าวสั้น ๆ เหมือนเท้าติดพื้น บางวันเสียการทรงตัวจนเกือบล้ม ขณะเดียวกันก็เริ่มถามเรื่องเดิมซ้ำ ๆ คิดช้าลง หรือไปห้องน้ำไม่ทัน สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นทีละน้อยจนหลายบ้านเผลอคิดว่า “อายุมากแล้วก็คงเป็นแบบนี้”
แต่เมื่ออาการเดินผิดปกติ การคิดหรือความจำเปลี่ยนไป และการควบคุมปัสสาวะมีปัญหาเกิดขึ้นร่วมกัน โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ยังมีอีกภาวะหนึ่งที่แพทย์ต้องนึกถึง นั่นคือ NPH หรือ Normal Pressure Hydrocephalus ซึ่งมักเรียกกันว่า “น้ำเกินในโพรงสมอง” ภาวะนี้มีอาการบางส่วนคล้ายโรคทางระบบประสาทอื่น จึงต้องอาศัยการประเมินอย่างเป็นระบบ ไม่ควรสรุปจากอาการเพียงอย่างเดียว
ความสำคัญของ NPH อยู่ตรงที่ผู้ป่วยบางรายสามารถตอบสนองต่อการรักษาได้ดี โดยเฉพาะเมื่อคัดเลือกผู้ป่วยเหมาะสมและได้รับการดูแลในเวลาที่เหมาะสม ดังนั้น หากผู้สูงอายุที่บ้านเริ่มเดินเปลี่ยนไปพร้อมกับความจำหรือการขับถ่ายที่ผิดปกติ การพาไปประเมินอาจมีความหมายมากกว่าการรอดูว่าเป็นเพราะอายุหรือไม่
ผู้ที่มีอาการผิดปกติทางระบบประสาทสามารถดูข้อมูลบริการของ ศูนย์ระบบประสาทและสมอง โรงพยาบาลธนบุรี ซึ่งให้บริการตรวจ วินิจฉัย รักษา และดูแลโรคของสมอง ระบบประสาท ไขสันหลัง เส้นประสาท และกล้ามเนื้อ โดยมีทั้งประสาทอายุรแพทย์ ประสาทศัลยแพทย์ และทีมสาขาที่เกี่ยวข้อง
สมองและไขสันหลังมีน้ำหล่อสมองและไขสันหลัง หรือ Cerebrospinal Fluid: CSF ไหลเวียนอยู่ตลอดเวลา ของเหลวนี้มีหน้าที่สำคัญต่อระบบประสาท เมื่อการไหลเวียนหรือการดูดซึม CSF ผิดปกติจนโพรงสมองขยาย ผู้ป่วยอาจเกิดอาการทางระบบประสาทตามมา
คำว่า Normal Pressure Hydrocephalus ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างในสมอง “ปกติ” แต่เป็นชื่อของกลุ่มอาการที่มีโพรงสมองโตและมีลักษณะทางคลินิกเฉพาะ โดยค่าความดันที่วัดได้อาจไม่ได้สูงอย่างต่อเนื่องเหมือน hydrocephalus บางชนิด การวินิจฉัยจึงไม่ได้อาศัยตัวเลขความดันเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาอาการ การตรวจระบบประสาท ภาพ CT หรือ MRI และในบางรายอาจใช้การระบายน้ำไขสันหลังชั่วคราวเพื่อช่วยประเมินโอกาสตอบสนองต่อการรักษา
NPH พบได้ในผู้สูงอายุ และอาจเกิดโดยไม่พบสาเหตุชัดเจน ซึ่งเรียกว่า idiopathic NPH หรือเกิดตามหลังภาวะบางอย่าง เช่น เลือดออกในสมอง การติดเชื้อ การบาดเจ็บที่ศีรษะ หรือปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการไหลเวียนของ CSF การแยกสาเหตุมีความสำคัญ เพราะมีผลต่อการประเมินและวางแผนรักษา
ภาพจำของ NPH มักพูดถึงอาการ 3 กลุ่ม หรือที่รู้จักในชื่อ Hakim’s triad ได้แก่ การเดินผิดปกติ การรู้คิดเปลี่ยนแปลง และปัญหาการควบคุมปัสสาวะ แต่ในชีวิตจริง ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องมีครบทั้งสามอาการในวันแรก และความรุนแรงของแต่ละอาการอาจไม่เท่ากัน สิ่งที่มีประโยชน์ที่สุดสำหรับคนในครอบครัวคือสังเกตว่า “เขาเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างไร”
อาการเดินมักเป็นหนึ่งในสิ่งที่สังเกตเห็นได้ชัด ผู้ป่วยอาจเริ่มต้นเดินลำบาก ก้าวสั้นลง ยกเท้าไม่พ้นพื้น เดินแยกฐานกว้างขึ้นเพื่อรักษาสมดุล หรือรู้สึกเหมือนเท้าถูกดูดติดกับพื้น บางคนกลับตัวหลายจังหวะ จากที่เคยเดินไปตลาดหรือเข้าห้องน้ำเองได้ กลับต้องจับเฟอร์นิเจอร์หรือให้คนพยุง
จุดนี้มักถูกเข้าใจว่าเป็นข้อเข่าเสื่อม กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือเป็นเรื่องธรรมดาของวัยสูงอายุ ซึ่งทั้งหมดก็เป็นสาเหตุที่เป็นไปได้เช่นกัน จึงไม่ควรวินิจฉัย NPH จากลักษณะการเดินด้วยตัวเอง แต่ถ้าการเดินเปลี่ยนชัดเจนและมีอาการอีกสองกลุ่มร่วมด้วย ควรแจ้งแพทย์ให้ครบ
การเปลี่ยนแปลงด้านการรู้คิดของ NPH อาจไม่ได้เริ่มจากการลืมชื่อคนใกล้ตัวทันที บางคนดูคิดช้าลง ตอบคำถามช้ากว่าเดิม วางแผนงานง่าย ๆ ได้ยากขึ้น ไม่ค่อยริเริ่มกิจกรรม หรือดูเฉื่อยลง ครอบครัวจึงอาจตีความว่าเป็นเพราะอายุหรืออารมณ์
อาการลักษณะนี้มีส่วนที่ทับซ้อนกับภาวะสมองเสื่อมหลายชนิด รวมถึงโรคอื่น ๆ ที่กระทบการรู้คิด การประเมินจึงต้องดูรูปแบบอาการ ตรวจระบบประสาท และดูภาพสมองประกอบ ไม่ควรใช้คำว่า NPH แทนคำว่า “สมองเสื่อมที่รักษาได้” แบบเหมารวม เพราะผู้ป่วยแต่ละคนอาจมีโรคมากกว่าหนึ่งอย่างพร้อมกัน
อีกสัญญาณที่พบได้คือความผิดปกติในการควบคุมปัสสาวะ ระยะแรกบางคนอาจรู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยหรือเร่งด่วนขึ้น ก่อนพัฒนาเป็นการกลั้นไม่ทัน อย่างไรก็ตาม ปัญหาปัสสาวะในผู้สูงอายุมีสาเหตุได้หลายอย่าง ตั้งแต่การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ต่อมลูกหมาก ยา ไปจนถึงโรคระบบประสาท จึงต้องแยกสาเหตุอย่างรอบคอบ
เหตุผลสำคัญคืออาการของ NPH ไม่ได้มีชิ้นไหนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะโรค การเดินช้าและทรงตัวไม่ดีพบได้ในโรคพาร์กินสัน โรคหลอดเลือดสมอง ปัญหาข้อและกล้ามเนื้อ ส่วนความจำหรือการคิดที่เปลี่ยนไปก็พบได้ในอัลไซเมอร์ ภาวะสมองเสื่อมจากหลอดเลือด หรือผลจากยา ขณะที่ปัสสาวะกลั้นไม่อยู่ก็มีสาเหตุทางระบบทางเดินปัสสาวะได้
แพทย์จึงต้องมองภาพรวมว่าอาการเริ่มเมื่อไร อะไรมาก่อน อาการเปลี่ยนเร็วแค่ไหน มีโรคประจำตัวอะไร ใช้ยาอะไร และภาพสมองมีลักษณะสนับสนุน NPH หรือไม่ ในบางรายผู้ป่วยอาจมี NPH ร่วมกับโรคเสื่อมของสมองชนิดอื่น ซึ่งทำให้การคาดหวังผลหลังรักษาต้องพิจารณาเป็นรายบุคคล
การวินิจฉัย NPH เป็นเหมือนการต่อจิ๊กซอว์หลายชิ้นเข้าด้วยกัน ภาพ CT หรือ MRI มีความสำคัญ เพราะช่วยให้แพทย์ดูการขยายของโพรงสมองและลักษณะอื่นของสมอง แต่การเห็นโพรงสมองโตอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าอาการทั้งหมดเกิดจาก NPH ผู้สูงอายุบางคนมีโพรงสมองดูใหญ่ขึ้นจากการฝ่อของเนื้อสมองได้เช่นกัน
แพทย์จะถามลำดับการเกิดอาการ ความสามารถในการเดินก่อนและหลังเริ่มมีปัญหา ประวัติการหกล้ม ความเปลี่ยนแปลงด้านความจำ การทำกิจวัตรประจำวัน และการควบคุมปัสสาวะ การให้ญาติที่อยู่กับผู้ป่วยมาด้วยมักช่วยให้ได้ข้อมูลที่ครบขึ้น เพราะผู้ป่วยอาจไม่ทันสังเกตความเปลี่ยนแปลงบางอย่างของตัวเอง
ภาพสมองช่วยประเมินขนาดโพรงสมองและค้นหาความผิดปกติอื่นที่อาจอธิบายอาการ เช่น รอยโรคจากหลอดเลือด ก้อน หรือภาวะอื่นของสมอง การเลือก CT หรือ MRI ขึ้นกับอาการ ความเร่งด่วน ข้อจำกัดของผู้ป่วย และดุลยพินิจของแพทย์
ในผู้ป่วยที่สงสัย NPH แพทย์อาจพิจารณา lumbar puncture เพื่อนำน้ำไขสันหลังออกปริมาณหนึ่ง แล้วประเมินการเดินหรืออาการก่อนและหลังการระบาย หากการเดินดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลนี้สามารถช่วยสนับสนุนว่าผู้ป่วยมีโอกาสตอบสนองต่อการทำ shunt แต่ผลการทดสอบต้องตีความร่วมกับข้อมูลอื่น ไม่ใช่ใช้เป็นคำตอบเพียงอย่างเดียว
การรักษาที่ใช้กันบ่อยในผู้ป่วย NPH ที่ผ่านการประเมินแล้วว่าเหมาะสม คือการผ่าตัดใส่ shunt เพื่อระบายน้ำหล่อสมองและไขสันหลังส่วนเกินออกจากโพรงสมองไปยังบริเวณอื่นของร่างกาย โดยรูปแบบที่พบบ่อยคือ ventriculoperitoneal shunt ซึ่งระบายลงช่องท้อง
เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่ทำให้ภาพโพรงสมอง “สวยขึ้น” แต่คือการช่วยให้อาการและการใช้ชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น ผู้ป่วยแต่ละคนตอบสนองไม่เท่ากัน บางคนเห็นความเปลี่ยนแปลงของการเดินได้ชัด ขณะที่ด้านความจำหรือการควบคุมปัสสาวะอาจใช้เวลาหรือดีขึ้นต่างกัน จึงไม่ควรรับประกันผลด้วยตัวเลขเดียวกับผู้ป่วยทุกคน
การผ่าตัด shunt ก็เหมือนการผ่าตัดอื่น คือมีทั้งประโยชน์และความเสี่ยง เช่น การติดเชื้อ เลือดออก การอุดตันของสาย หรือการระบายน้ำมากหรือน้อยเกินไป แพทย์จะชั่งน้ำหนักจากอาการ ผลตรวจ อายุ โรคร่วม และโอกาสที่ผู้ป่วยจะได้รับประโยชน์ก่อนตัดสินใจร่วมกับครอบครัว
แม้การรักษาจะช่วยลดปัญหาที่เกิดจาก NPH ได้ในผู้ป่วยที่ตอบสนอง แต่การฟื้นตัวไม่ได้จบในห้องผ่าตัด ผู้สูงอายุที่เคยเดินไม่มั่นคงเป็นเวลานานอาจมีกล้ามเนื้ออ่อนแรง ความมั่นใจในการเดินลดลง หรือมีความเสี่ยงหกล้มอยู่ จึงอาจต้องอาศัยกายภาพบำบัดและการฝึกการทรงตัวควบคู่กัน
โรงพยาบาลธนบุรีมี ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด สำหรับการประเมินและฟื้นฟูสมรรถภาพโดยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู นักกายภาพบำบัด และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนฟื้นตัวตามความเหมาะสมของผู้ป่วย
ที่บ้านควรลดจุดเสี่ยงต่อการหกล้ม เช่น พรมที่ลื่น สายไฟ หรือของวางขวางทาง เพิ่มแสงสว่างในทางเดินและห้องน้ำ และจัดของใช้จำเป็นให้อยู่ในระดับหยิบง่าย หากผู้ป่วยมี shunt ควรทำตามนัด ติดตามอาการ และสอบถามทีมรักษาว่าอาการแบบใดควรกลับมาพบแพทย์ทันที
หากผู้สูงอายุเริ่มเดินผิดจากเดิมพร้อมกับคิดช้าหรือความจำเปลี่ยน และเริ่มมีปัญหาปัสสาวะ ไม่ควรรอให้ครบทุกอาการหรือรอจนเดินไม่ได้ การตรวจเร็วช่วยให้แพทย์ค้นหาสาเหตุที่รักษาได้ รวมถึงแยกโรคอื่นที่ต้องดูแลต่างกัน
ยิ่งถ้ามีอาการทางระบบประสาทเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เช่น หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด ปวดศีรษะรุนแรงทันที ซึมลง หรือหมดสติ ไม่ควรรอคิวตรวจ NPH แต่ควรไปห้องฉุกเฉิน เพราะรูปแบบดังกล่าวอาจเป็นภาวะฉุกเฉินทางสมองชนิดอื่น
สำหรับอาการที่ค่อย ๆ เปลี่ยน สามารถนัดหมาย ศูนย์ระบบประสาทและสมอง โรงพยาบาลธนบุรี เพื่อให้แพทย์ประเมินอย่างเป็นระบบ และดู บทความสุขภาพของโรงพยาบาลธนบุรี สำหรับข้อมูลสุขภาพเพิ่มเติม
สิ่งที่ทำให้ NPH เป็นโรคที่ครอบครัวควรรู้จัก ไม่ใช่เพราะทุกคนที่เดินช้า ขี้ลืม หรือปัสสาวะเล็ดจะเป็นโรคนี้ แต่เพราะสามอาการดังกล่าวมักถูกมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาของวัยสูงอายุ จนบางครั้งโอกาสในการค้นหาสาเหตุที่รักษาได้ถูกเลื่อนออกไป
ถ้าคนที่เคยเดินคล่องเริ่มก้าวสั้นและหกล้ม คนที่เคยจัดการชีวิตประจำวันได้เริ่มคิดช้าลง และในช่วงเวลาใกล้กันมีปัญหาการควบคุมปัสสาวะ สิ่งที่ครอบครัวทำได้คือจดว่าอาการเริ่มเมื่อไร เปลี่ยนไปอย่างไร และพาไปพบแพทย์พร้อมข้อมูลเหล่านั้น การวินิจฉัย NPH ต้องอาศัยมากกว่าการดูอาการหรือภาพ MRI เพียงอย่างเดียว แต่เมื่อหาสาเหตุได้ถูกต้อง ก็มีโอกาสวางแผนรักษาและฟื้นฟูได้ตรงจุดกว่าเดิม
NPH ย่อมาจาก Normal Pressure Hydrocephalus เป็นภาวะที่โพรงสมองขยายจากความผิดปกติของการไหลเวียนหรือการดูดซึมน้ำหล่อสมองและไขสันหลัง ผู้ป่วยมักเป็นผู้สูงอายุและอาจมีปัญหาการเดิน การรู้คิด และการควบคุมปัสสาวะ ชื่อ “Normal Pressure” ไม่ได้แปลว่าสมองปกติหรือไม่มีความผิดปกติ แต่เป็นชื่อทางการแพทย์ของกลุ่มอาการนี้
กลุ่มอาการคลาสสิกคือ การเดินผิดปกติ เช่น ก้าวสั้น เดินช้า เท้าเหมือนติดพื้นหรือเสียการทรงตัว การรู้คิดเปลี่ยน เช่น คิดช้า ความจำลดลง หรือไม่ค่อยริเริ่มกิจกรรม และปัญหาปัสสาวะ เช่น ปวดปัสสาวะเร่งด่วนหรือกลั้นไม่อยู่ ผู้ป่วยบางรายอาจไม่ได้มีครบทั้งสามอาการในช่วงแรก
ทั้งสองภาวะอาจทำให้ความจำหรือการรู้คิดเปลี่ยนได้ แต่ NPH มักมีปัญหาการเดินเด่นและอาจมีปัญหาการควบคุมปัสสาวะร่วมด้วย รวมถึงมีลักษณะโพรงสมองขยายที่ต้องประเมินจากภาพสมอง อย่างไรก็ตาม ผู้สูงอายุสามารถมี NPH และโรคสมองเสื่อมชนิดอื่นพร้อมกันได้ จึงไม่ควรแยกโรคจากอาการเพียงข้อเดียว
NPH และ Parkinson ต่างทำให้การเดินช้าหรือเสียสมดุลได้ แต่รูปแบบการเดินและอาการร่วมอาจแตกต่างกัน NPH มักทำให้ออกก้าวยาก ก้าวสั้น และรู้สึกเหมือนเท้าติดพื้น ขณะที่พาร์กินสันมีลักษณะทางระบบการเคลื่อนไหวอื่นที่แพทย์จะตรวจเพิ่มเติม การวินิจฉัยต้องอาศัยการตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญ
ยังสรุปไม่ได้ โพรงสมองที่ดูใหญ่ขึ้นอาจเกิดจากหลายสาเหตุ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสมองตามโรคอื่น การวินิจฉัย NPH ต้องดูว่าอาการทางคลินิกสอดคล้องหรือไม่ ตรวจระบบประสาทและการเดิน รวมถึงพิจารณาลักษณะภาพสมองโดยแพทย์
โปรแกรมตรวจภูมิแพ้ Skin Test และ IgE 45 ชนิด
วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่
โปรแกรมตรวจสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ Active Senior 60+
แพ็กเกจตรวจสุขภาพผู้ป่วยเบาหวาน
แพ็กเกจ TMS กระตุ้นสมองด้วยสนามแม่เหล็ก
วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี สำหรับผู้ใหญ่