การตรวจสมรรถภาพปอด
วันที่ 10.11.2025

การตรวจสมรรถภาพทางปอด ⇔ เป็นการตรวจที่สำคัญและมีประโยชน์อย่างยิ่งในกระบวนการวินิจฉัย ประเมิน และ ติดตามผลการรักษาโรคระบบการหายใจ เช่น โรคหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคปอดจากการทำงาน เป็นต้น นอกจากนี้การตรวจสมรรถภาพปอด ยังสามารถบ่งถึง การเสื่อมของการทำงานของปอด ก่อนที่อาการแสดงทางคลินิกจะเริ่มปรากฏ เนื่องจาก ปอดเป็นอวัยวะที่มีความสามารถสำรองสูง อาการเหนื่อยจึงมักปรากฏหลังจากพยาธิสภาพ ในปอดเกิดขึ้นมากแล้ว
การตรวจสมรรถภาพทางปอด เป็นการทดสอบ การหายใจ โดยใช้เครื่่องมือที่เรียกว่า สไปโรมิเตรอร์ ( Spirometer ) ซึ่งจะวัดปริมาตรอากาศเข้าและออกจากปอด สมารถบันทึกเป็นกราฟ ( Spirogram ) แสดง ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและเวลา
ข้อห้ามในการทำสไปโรเมตรีย์
1. ไอเป็นเลือด
2. ภาวะลมรั่วในเยื่อหุ้มปอดที่ยังไม่ได้รับ การรักษา
3. ระบบหลอดเลือดหรือ หัวใจทำงานไม่คงที่ ได้แก่
ความดันโลหิตสูง ที่ยังไม่ได้รับการ รักษาหรือควบคุมได้ไม่ดี , ความดันโลหิตต่ำ
4. เส้นเลือดแดงโป่งในทรวงอก ท้อง หรือ สมอง
5. เพิ่งได้รับการผ่าตัดตา เช่น ผ่าตัดลอกต้อกระจก
6. เพิ่งได้รับการผ่าตัดช่องอก หรือ ช่องท้อง
7. ติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เช่น วัณโรคปอดระยะติดเชื้อ ไข้หวัด
8. สตรีมีครรภ์ (ยกเว้นในบางรายที่จำเป็น)
9. ผู้ที่อาการเจ็บป่วยที่อาจมีผลต่อการ ทดสอบสไปดรเมตรีย์ เช่น คลื่นไส้ หรือ อาเจียนมาก
► คำแนะนำการปฏิบัติตัวก่อนตรวจ
♦ งดใช้ยาขยายหลอดลม (ยาพ่นชนิดออกฤทธิ์สั้น เช่น Ventolin ,Berodual อย่างน้อย 4 – 6 ชั่วโมง และยารับประทานและยาพ่นชนิดออกฤทธิ์ยาว เช่น Seretide , Symbicort ,Spiriva อย่างน้อย 12 ชั่วโมง ) โดยขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์
♦ หลีกเลี่ยงอาหารมื้อใหญ่อย่างน้อย 2 ชั่วโมง โดยที่ไม่ต้องงดน้ำและอาหาร ก่อนตรวจ
♦ ไม่ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีก่อนตรวจ
♦ ไม่ควรสวมเสื้อผ้าที่รักทรวงอกและท้อง
♦ วัดส่วนสูง ชั่งน้ำหนัก
♦ นำฟิล์มเอกซเรย์ปอดมาด้วยถ้ามี
♦ มาก่อนแพทย์นัด ครึ่งชั่วดมง ถึง หนึ่งชั่วโมง
► ภาวะแทรกซ้อนจากการทำสไปโรเมตรีย์
แม้ว่าการตรวจสไปโรเมตริกย์เป็นการตรวจที่ปลอดภัยมาก แต่อาจพบภาวะแทรกซ้อนได้บ้างดังต่อไปนี้
- ความดันในกะโหลกศีรษะเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจ ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ เป็นต้น
- เวียนหัว มึนงง และในบางรายอาจ มีอาการหมดสติได้
- อาการไอ
- หลอดลมตีบ โดยเฉพาะในผู้ป่วยหืด หรือ ปอด อุดกั้นเรื้อรัง ที่ยังควบคุมอาการไม่ดี
- เจ็บหน้าอก
- ภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอด
- ขาดออกซิเจน จากการหยุดให้ชั่วคราว ระหว่างการตรวจ
- การติดเชื้อระบบทางเดินหายใจส่วนต้น
► คำแนะนำการปฏิบัติตัวขณะตรวจ
- นั่งตัวตรงหลังพิงพนักเก้าอี้ไม่ไขว่ห้าง
- ถอดฟันปลอมออก กรณีใส่ฟันปลอม
- ทำการทดสอบด้วยเครื่่องสไปโรมิเตอร์
- อมปลายกรวยกระดาษโดยปิดริมฝีปากให้สนิท ไม่ให้ลมรั่วทางปาก
- ถืออุปกรณ์สำหรับทดสอบให้ถนัดโดย ใช้มือ 2 ข้าง ประคองไว้
- ปิดจมูกด้วยตัวหนีบจมูกเพื่อไม่ให้ลมรั่ว
- หายใจเข้าออกธรรมดาสม่ำเสมอ 2 – 3 ครั้ง
- หายใจเข้าลึกเต็มที่แล้วกลั้นไว้
- เป่าลมหายใจออกครั้งเดียวให้เร็วแรงเต็มที่นาน อย่างน้อย 3 วินาทีจนกว่าเจ้าหน้าที่จะให้สัญญาณ จึงหายใจเข้าลึกเต็มที่อีกครั้ง
- ปลดที่หนีบจมูก และนำท่อยางออก จากปาก วางอุปกรณ์ไว้ที่เครื่อง
- นั่งพักให้หายเหนื่อย และอาจต้องทดสอบ ซ้ำ เพื่อให้ได้กราฟที่เข้าเกณฑ์เพื่่อให้แพทย์อ่านผลการทดสอบสมรรถภาพ ทางปอดต่อไป
► กรณีผู้ป่วยพ่นยาก่อนทำการตรวจ
ทำตามขั้นตอนทางด้านบนตั้งแต่ 1 – 6 จากนั้นสูดหายใจลึกๆ ปล่อยออกมาแรงๆ โดยไม่ต้องทำขั้นตอนต่อไป จากนั้น รอดูผลที่ได้จากการทำ ค่าที่ออกมาจะออกมาเป็นกราฟ สามารถรอฟังผลจากแพทย์ได้ทันที ในการทำจะทำประมาณ 2 – 3 ครั้ง เพื่อให้ได้ผลที่ดีที่สุด ถ้าผู้ป่วยทำการพ่นยาขยายหลอดลมมาต้องให้ผู้ป่วยงดการพ่นยาก่อน 6 ชั่วโมง ระยะเวลาในการตรวจ ประมาณ 30 – 45 นาที กรณีเด็กเล็กที่เริ่มพูดได้ก็สามารถทำได้ แต่ต้องให้แพทย์เป็นคนสั้งทำ
