การรักษาโรคน้ำเกินในโพรงสมอง ลดเสี่ยงหกล้มในผู้สูงวัย

การรักษาโรคน้ำเกินในโพรงสมอง ลดเสี่ยงหกล้มในผู้สูงวัย

PREVENT FALLS IN ELDERLY

รักษา "โรคน้ำเกินในโพรงสมอง"
ลดเสี่ยงหกล้มในผู้สูงวัย

หลายคนไม่ทราบว่า การที่ผู้สูงอายุมักมีปัญหาเรื่องการทรงตัวนั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากโรคน้ำเกินในโพรงสมอง (Normal Pressure Hydrocephalus) ซึ่งถ้าสมาชิกทุกคนในบ้านหมั่นสังเกตอาการผิดปกติและพาผู้สูงอายุมาตรวจกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวินิจฉัยโรคและนำไปสู่การรักษาที่ถูกต้อง ช่วยลดโอกาสเสี่ยงหกล้มได้อย่างน่าพอใจ

ชีวจิต ปักษ์นี้ได้มีโอกาสพูดคุยกับ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ประจักษ์ ศรีรพีพัฒน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมประสาทและสมอง ศูนย์สมอง โรงพยาบาลธนุบรี มาช่วยอธิบายวิธีสังเกตอาการ การตรวจวินิจฉัย และแนวทางรักษาโรค ดังนี้

 

"การรักษาด้วยการผ่าตัด นับว่าเป็นวิธีที่ได้ผลดีมาก แต่ปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้การรักษาโรคนี้ประสบผลสำเร็จ ลดความเสี่ยงการหกล้มได้ดี คือ ผู้ดูแลหรือญาติ ต้องช่วยกันสังเกตอาการหลักๆ พบสัญญาณผิดปกติเมือไหร่ ให้รีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและผ่าตัดรักษาได้ ก่อนเกิดอุบัติเหตุหกล้มครับ"

 

KNOW THE 3 SIGNS
สังเกตอาการ ตรวจรักษาให้ทันท่วงที

คุณหมอประจักษ์ อธบายว่า เมื่อเรามีอายุมากขึ้น เนื้อสมองจะลดขนาดลง ทําให้มีโพรงสมองใหญ่ สภาวะที่เกิดขึ้น ไม่ได้ทําให้แรงดันในสมองสูงขึ้น แต่ทําให้แรงตึงผิวของสมองเพิ่มขึ้น ยืดวงจรการทํางานในสมองให้ช้าลง จนกลายเป็นโรคน้ำเกินในโพรงสมอง

โรคนี้มีอาการสำคัญ 3 ข้อครับ 

ข้อแรก เดินก้าวสั้นๆ ซอยเท้า ยกเท้าได้ไม่สูง เดินขาถ่างๆ โดยเฉพาะตอนที่เริ่มต้นเดิน 
ข้อที่สอง กลั้นปัสสาวะ ไม่อยู่ ไปห้องน้ำไม่ทัน ถ้าเป็นมากต้องใส่ผ้าอ้อมผู้ใหญ่
ข้อที่สาม สมองเสื่อม จําสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่ได้ เริ่มซึมลง พูดช้าลง

นอกนั้นจะมีอาการอื่นๆ ซึ่งพบบ่อย เช่น พูดเบา จากเดิมเสียงดังตามปกติ จะเปลี่ยนเป็นเสียงแหบ พูดแล้วเหมือนมีแต่ลมออกมา มีอาการสําลักบ่อยๆ เช่น เวลาดื่มนําก็ยังไอ โดยที่ไม่ได้เป็นหวัดหรือภูมิแพ้

 

TREAT IT FAST & RIGHT
รับมือและแก้ไขโรคให้ตรงจุด

คุณหมอประจักษ์ ชี้แจงว่า การตรวจวินิจฉัยจะช่วยให้รับมือกับโรคนี้ได้ทันการณ์

บ้านไหนมีผู้สูงอายุที่บ้าน จึงควรสังเกตและสอบถามสม่ำเสมอว่า มีปัญหาเรื่องความจํา การเดิน และการกลั้นปัสสาวะหรือไม่ ถ้าพบ แม้เพียงข้อใดข้อหนึ่ง ให้รีบพามาตรวจก่อน จะปลอดภัยดีกว่านะครับ

ในการตรวจวินิจฉัย หลังจากซักประวัติแล้ว แพทย์จะส่งคนไข้ไปทําเอ็กซเรย์สมองโดยวิธีซีทีแสกนเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นโรคนี้หรือไม่ เมื่อทําขั้นตอนนี้แล้วส่วนใหญ่ก็จะทราบผลค่อนข้างชัดเจนครับ

มีเพียงบางรายที่ต้องเจาะโพรงน้ำในสันหลังเพื่อระบายน้้าออกมาทดสอบ ถ้าเจาะแล้ว อาการดีขึ้นแสดงว่าเป็นโรคนี้แน่นอนครับ

ส่วนวิธีการรักษา คุณหมอประจักษ์ อธิบายต่อไปว่า โรคนี้เกิดจากน้ำในโพรงสมองเกิน ดังนั้นจึงต้องระบายน้ำออกโดยใช้วิธีการผ่าตัดครับ หลังผ่าตัด เมื่อสามารถระบายน้ำส่วนเกินในโพรงสมองได้แล้ว คนไข้จะควบคุมการทรงตัวได้ดีขึ้น

การผ่าตัด แพทย์สามารถทําได้ 2 ตําแหน่งครับ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมแต่ละรายไป โดย จุดแรก ใช้วิธีระบายน้้าส่วนเกินจากศีรษะลงสู่ช่องท้อง ใส่สายระบายน้ำและชุดควบคุมแรงดันขนาดเล็กเอาไว้ จุดที่สอง ใช้วิธีใส่สายระบายที่หลัง เนื่องจากน้ำในโพรงสมองต่อเนื่องกับน้ำในโพรงสันหลัง

การรักษาด้วยการผ่าตัด นับว่าเป็นวิธีที่ได้ผลดีมาก แต่ปัจจัยสําคัญที่สุดที่จะช่วยให้การรักษาโรคนี้ประสบผลสําเร็จ ลดความเสี่ยงการหกล้มได้ดี คือ ผู้ดูแลหรือญาติ ต้องช่วยกันสังเกตอาการหลักๆ ของโรค ดังที่ได้อธิบายไปข้างต้น พบสัญญาณผิดปกติเมื่อไหร่ ให้รีบพาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและผ่าตัดรักษาได้ก่อนเกิดอุบัตเหตุหกลัมครับ

ข้อชี้แนะจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมประสาทและสมอง ได้เปิดมุมมองในการดูแลผู้สูงอายุ โดยชี้ให้เห็นว่า ปัญหาด้านความจํา เดินไม่มั่นคง หรือ กลั้นปัสสาวะเป็นสัญญาณเตือนภัยสุขภาพ

หากนิ่งนอนใจ ปล่อยให้เกิดอาการมากขึ้น จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงหกล้มอีกหลายเท่าตัว

ดังที่ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ประจักษ์ ศรีรพีพัฒน์ ได้ชี้ให้เห็นแล้วนั่นเอง

 

ศูนย์ระบบประสาทและสมอง


บทความที่เกี่ยวข้อง


ศูนย์รักษาเฉพาะทาง