เรื่่องน่ารู้ เกี่ยวกับ การป้องกันมะเร็งปากมดลูก

เรื่่องน่ารู้ เกี่ยวกับ การป้องกันมะเร็งปากมดลูก

1. HPV Virus เกี่ยวข้องอย่างไรกับโรคมะเร็งปากมดลูก

- HPV Virus พบมากกว่า 100 สายพันธุ์ แต่มีเพียง 15 ชนิด ซึ่งเป็นสายพันธุ์รุนแรงโดยเฉพาะสายพันธุ์ 16 และ 18

  ซึ่งก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูกร้อยละ 70 ส่วนมะเร็งอื่นๆ เช่น มะเร็งช่องคลอดในสตรี มะเร็งอวัยวะเพศภายนอก

  รวมถึงมะเร็งทวารหนักในบุรุษ เป็นต้น

- การติดเชื้อ HPV นั้นไม่ใช่ทุกรายจะกลายเป็นมะเร็งปากมดลูก เพราะมีโอกาสหายได้เอง ประมาณร้อยละ 90

- การสัมผัสทางผิวหนัง โดยเฉพาะการมีเพศสัมพันธ์เป็นสาเหตุหลักในการติดเชื่อ HPV เมื่อไวรัสเข้าสู่ร่างกายโดยผ่านเยื่อบุผิว

  โดยเฉพาะที่ปากมดลูก อวัยวะเพศภายนอกที่มีแผล หรือ รอยฉีกขาด แล้วไวรัสนี้จะฝังตัวในเซลล์เยื่อบุชั้นล่างสุด

  เนื้อเยื่อบริเวณนั้นจึงค่อยๆเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะฟักตัว ระยะก่อนมะเร็ง

  และระยะมะเร็ง ซึ่งตั้งแต่การติดเชื้อจนกลายเป็นมะเร็งใช้เวลาเปลี่ยนแปลงถึง 10 - 20 ปี

 

2. เรามีวิธีการป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้หรือไม่

- ปัจจุบันมีแนวทางการป้องกันมะเร็งปากมดลูกโดย

* การฉีดวัคซีนซึ่งเป็นปราการด่านแรกที่ป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ HPV เข้าสู่ร่างกาย

* การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอ เป็นแนวป้องกันลำดับที่ 2 เพื่อค้นหาและติดตาม การติดเชื้อ HPV

   ระยะก่อนมะเร็งหรือ ระยะแรกของมะเร็งปากมดลูก แล้วรักษาก่อนที่จะมีการลุกลามมากขึ้น

- เวลาการดำเนินของโรคแม้จะใช้เวลานาน แต่เราควรป้องกันตนเองไว้ก่อนที่จะสายเกินไป

 

3. มาทำความรู้จักกับวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกกันเถอะ

   วัคซีนในปัจจุบันมี 2 ชนิด ได้แก่

- ชนิดที่ป้องกันได้ 2 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์ 16 และ 18 วัคซีนชนิดนี้สามารถกระตุ้นภูมิต้านทานของร่างกาย

  ให้ขึ้นสูงกว่าวัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์

- ชนิดที่ป้องกันได้ 4 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์ 16 , 18 , 6 และ 11 ซึ่งสายพันธุ์ 6 และ 11 ไม่ทำให้เป็นมะเร็งแต่จะก่อให้เกิด

  โรคที่สร้างความกังวลใจ เช่น หูดหงอนไก่ หูดข้าวสุก เป็นต้น

* ประสิทธิภาพในการป้องกันมะเร็งที่เกิดจากสายพันธุ์ 16 และ 18 ของวัคซีนทั้งสองชนิดใกล้เคียงกัน

 

4. ใครบ้างที่สามารถฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก

- อายุ 11 -26 ทั้งหญิงและชาย ในกลุ่มนี้จะได้รับประโยชน์สูงสูด โดยเฉพาะที่ยังไม่มีเพศสัมพันธ์

- กลุ่มที่มีเพศสัมพันธ์แล้ว และสตรีวัย 45 ถึง 55 ปี สามารถฉีดวัคซีนได้ แม้การป้องกันอาจไม่ดีเท่าในกลุ่มแรก แต่ถ้าไม่เคยติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ 16 หรือ 18  ยังได้รับการป้องกันที่ดี

- กลุ่มชายรักชาย สามารถฉีดวัคซีนได้เช่นกัน แต่จะแนะนำให้ฉีดชนิด 4 สายพันธุ์ ซึ่งมีงานวิจัยรองรับในปัจจุบัน

- สตรีที่ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกผิดปกติสามารถฉีดได้ แต่ควรติดตามรักษาไปพร้อมกัน และขึ้นกับดุลยพินิจ ของแพทย์ผู้ทำการรักษาด้วย

- สตรีที่ผ่าตัดมดลูกออกแล้วสามารถฉีดวัคซีนได้ โดยจะป้องกันมะเร็งช่องคลอดและมะเร็งอวัยวะเพศภายนอก แต่มะเร็งทั้งสองชนิดพบได้น้อย

 

 

                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                       

 

 


ศูนย์รักษาเฉพาะทาง