เชื้อแบคที่เรียที่ก่อให้เกิดโรคทางเดินอาหาร

เชื้อแบคที่เรียที่ก่อให้เกิดโรคทางเดินอาหาร

เชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ โพโลไร (Helicobacter pylori หรือ H.pylori)

เป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง การติดต่อเกิดขึ้นระหว่างคนสู่คน เชื้อที่เข้าสู่ร่างกายแล้วจะไปอาศัยอยู่กระเพาะอาหาร และทำให้เกิดการอักเสบของกระเพาะอาหาร ในบางรายเชื้ออาจทำให้เกิดโรคแผลในกระเพาะอาหาร หรือแผลในลำไส้เล็กส่วนต้น รวมถึงมะเร็งกระเพาะอาหารด้วย

 

การติดเชื้อ เอช.ไพโลไร

เมื่อมีการรับเชื้อเข้าไปในร่างกายแล้ว เกิดกระเพาะอาหารอักเสบ อาจมีอาการ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง แน่นท้อง จุกเสียดลื้นปี่ ท้องอืดอาหารไม่ย่อย บางรายอาจมีอาการอิ่มเร็วหลังกินอาหาร หรือ มีอาการหิวมากในตอนเช้าที่ตื่นนอน ในผู้ป่วยบางราย เมื่อมีการอักเสบที่รุนแรงขึ้น จนเกิดเป็นแผลในกระเพาะอาหาร หรือ แผลในลำไส้เล็กส่วนต้น (แผลเปบติก) อาการดังกล่าวข้างต้น ก็จะรุนแรงมากขึ้นนอกจากนี้ อาจมีถ่ายอุจจาระเป็นสีดำมีลักษณะเหมือนยางมะตอยได้ (อุจจาระเป็นเลือด)

 

การพิสูจน์ว่ามีการติดเชื้อ เอช. ไพโลไร หรือไม่นั้น ทำได้หลายวิธีได้แก่

  1. Urease test คือ การตัดชื้นเนื้อจากกระเพาะอาหารแล้วนำไปตรวจทางห้องปฏิบัติการ
  2. การนำสารคัดหลั่งหรือชิ้นเนื้อจากกระเพาะอาหารไปเพาะเชื้อ
  3. Urea breath test คือ การให้ผู้ป่วยดื่มสารยูเรียที่มีสารการมันตภาพรังสี แล้วตรวจผลทางลมหายใจออกของผู้ป่วย
  4. การตรวจหาส่วนประกอบของเชื้อจากอุจจาระ (Stool antigen test)

 

ผู้ป่วยที่ควรได้รับการแนะนำให้ทดสอบเชื้อ เฮลิโคแบคเตอร์ไพโลไร (Helicobacter pylori; H. pylori) คือ

  1. ผู้เป็นโรคแผลเปปติก (peptic ulcer) หรือ ผู้ป่วยที่มีรอยถลอกในกระเพาะอาหาร (gastric erosions)
  2. ผู้ที่ใช้ยา NSAIDs/แอสไพริน (ASA) ระยะยาวร่วมกับมีประวัติโรคแผลเปปติก หรือมีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างของการเกิดเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบน
  3. ผู้เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิด Marginal zone B-cell lymphoma (MALT lymphoma)
  4. ผู้ที่มีอาการ dyspeptic และไม่ตอบสนองต่อยาต้านการหลั่งกรด (antisecretory drug)
  5. ผู้ที่มีญาติสายตรง (1st degree relative) เป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร
  6. ผู้ที่เป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร

 

การรักษา

การให้ยายับยั้งการหลั่งกรดร่วมกับยาปฏิชีวนะ จะให้ในกรณีที่ผู้ป่วยได้รับการส่องกล้อง และตรวจพบแผลในกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้น ร่วมกับการตรวจพบเชื้อ เอช.ไฟโลไรหรือให้ในผู้ป่วยที่มีอาการของโรคกระเพาะอาหารแล้วไม่ได้ส่องกล้องตรวจ แต่ตรวจพบเชื้อ เอช.ไพโลไร ด้วยวิธีต่างๆ ดังกล่าว

สำหรับผู้ที่สงสัยว่าอาจมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับระบบทางเดินอาหาร หรือคนในครอบครัวเคยมีประวัติเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ควรตรวจหาความเสี่ยง หรือตรวจสุขภาพประจำปี เพราะเป็นการป้องกันโรคร้ายได้ดีที่สุด

 


ศูนย์รักษาเฉพาะทาง