มะเร็งปากมดลูก HPV

มะเร็งปากมดลูก HPV

          มะเร็งปากมดลูก.. เป็นเนื้อร้ายไม่กี่ชนิดที่รู้สาเหตุชัดเจน...นั่นเพราะ 99.7% ของผู้ป่วยโรคมะเร็งปากมดลูก จะตรวจพบไวรัสเอชพีวี (Human Papillomavirus) สายพันธุ์รุนแรง ซึ่งเชื้อไวรัสเอชพีวีนั้นมีมากถึง 30 สายพันธุ์โดยประมาณ ที่ทำให้เกิดการติดเชื้อที่อวัยวะเพศ ทั้งของผู้ชายและผู้หญิง แต่หากเราแบ่งเชื้อ HPV ออกตามความอันตรายต่อร่างกายแล้ว จะสามารถแบ่งได้เป็น 2 สายพันธุ์ คือ HPV ที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกและ HPV ที่ทำให้เกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เพราะส่วนใหญ่แล้ว การได้รับเชื้อ HPV อาจจะหายไปเองในระยะเวลา 2 ปี หากเรามีร่างกายและภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง แต่หากมีพฤติกรรมเสี่ยงอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น การสูบบุหรี่และรับควันบุหรี่มือสอง ก็จะเพิ่มโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกมากกว่าคนที่ติดเชื้ออย่างเดียวแต่เลี่ยงบุหรี่ได้ โดยเชื้อจะอยู่ในร่างกายและมีเวลาดำเนินโรคประมาณ 10-15 ปี และจะแสดงอาการชัดเจนเมื่ออายุ 30-60 ปี ควรตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำทุกปี เพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปากมดลูก

 

วิธีป้องกันมะเร็งปากมดลูก

วิธีป้องกันมะเร็งปากมดลูกที่ดีที่สุดคือการไม่มีเพศสัมพันธ์ เพราะเป็น 99% ของช่องทางการติดเชื้อเอชพีวี แต่วิธีการนี้คงเป็นไปได้ยาก… ส่วนวิธีป้องกันการติดเชื้อ HPV สำหรับคนที่มีเพศสัมพันธ์แล้วมี 2 วิธีคือ

1. ฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก
2. ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

 

          หลายคนชอบคิดว่าตัวเองไม่เป็นอะไร เชื่อใจในคู่นอน มั่นใจว่าถุงยางอนามัยนั้นป้องกันได้ หรือคิดว่าตัวเองไม่ติดแน่นอนเพราะมีคู่รักเพศเดียวกัน ทางที่ดีควรไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจแป๊บสเมียร์เป็นประจำทุก 1-3 ปี จะดีกว่า จะได้มั่นใจ 100 % ว่าไม่ติดเชื้อร้ายแน่นอน... เพราะตราบใดที่ยังมีเพศสัมพันธ์อยู่ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

          วัคซีน HPV มี 2 ชนิดคือ วัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ (6, 11, 16, 18) และ 2 สายพันธุ์ (16, 18) ที่ช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกได้ถึง 70 % ที่น่าสนใจคือ องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (US. FDA) ให้การรับรองแล้วว่าวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกนี้ มีประสิทธิภาพในการป้องกันมะเร็งปากมดลูกที่เกิดจากเชื้อเอชพีวีสายพันธุ์หลักได้ถึง 100% ถ้าหากได้รับวัคซีนก่อนมีการติดเชื้อ นอกจากนี้ยังป้องกันมะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด และโรคหูดหงอนไก่ ที่อวัยวะเพศ (ชนิด 4 สายพันธุ์) ได้อีกด้วย และยังได้รับการยอมรับและผ่านการอนุมัติการใช้แล้วกว่า 70 ประเทศทั่วโลก

 

กลุ่มที่ควรฉีดวัคซีน ได้แก่

  • เด็กผู้หญิงและผู้ชายอายุ 9-10 ปีขึ้นไป ฉีดจำนวน 2 เข็มก็เพียงพอ เนื่องจากร่างกายจะสามารถตอบสนองและสร้างภูมิคุ้มกันได้สูง
  • คนที่มีเพศสัมพันธ์แล้วและยังไม่มีการติดเชื้อเอชพีวีก็จะได้รับประโยชน์จากการฉีดวัคซีน โดยต้องฉีดวัคซีนให้ครบ 3 เข็มภายในระยะเวลา 6 เดือน โดยตัวยาจะมีฤทธิ์ป้องกันไวรัสภายใน 1 เดือนหลังฉีดครบแล้ว สามารถลดโอกาสที่จะเกิดมะเร็งปากมดลูกได้ถึง 70% ทั้งนี้ไม่แนะนำสำหรับหญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่แพ้วัคซีนและส่วนประกอบในวัคซีน

 

          เคยได้ยินไหมว่า “แค่ใส่แผ่นอนามัยก็เสี่ยงมะเร็งปากมดลูกแล้ว” ทำเอาสาวๆ หลายคนร้อนๆ หนาวๆ กันเลยทีเดียว เพราะแผ่นอนามัยช่วยให้มีความมั่นใจขึ้น ในช่วงที่มีตกขาว บางคนก็ใส่เพื่อป้องกันความอับชื้น และกลิ่นไม่พึงประสงค์ แต่ความจริงแล้ว แผ่นอนามัยไม่มีอันตรายที่นำไปสู่การเป็นมะเร็งปากมดลูก ทั้งยังช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับสาวๆ อีกด้วย ยิ่งเปลี่ยนบ่อยๆ ยิ่งดีต้องเปลี่ยนทุกๆ 3-4 ชั่วโมง แต่หากมีความอับชื้นมากก็เปลี่ยนให้บ่อยขึ้น และควรหลีกเลี่ยงชนิดที่มีส่วนผสมของน้ำหอมด้วยนะ เพื่อป้องกันการแพ้ที่อาจเกิดขึ้นกับน้องสาวของคุณ และอย่าลืมรักษาความสะอาดด้วยล่ะและสำหรับสาวๆ คนไหนที่อายุมากกว่า 18 ปีและไม่มั่นใจว่าอวัยวะภายอุ้งเชิงกรานของเรายังปลอดภัยจากเชื้อโรคร้ายจริงหรือเปล่า คุณหมอก็แนะนำให้ตรวจภายในปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ไม่เป็นโรคร้ายได้นั่นเอง

          ประเทศส่วนใหญ่ในโลกจะแนะนำให้เริ่มตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตั้งแต่อายุ 21 ปี ไม่ว่าจะมีเพศสัมพันธ์หรือไม่ก็ตาม ขณะที่บางประเทศแนะนำให้ตรวจคัดกรองตั้งแต่อายุ 25-30 ปี และเลิกตรวจเมื่ออายุ 65 ปี หากผลตรวจ 3 ปีก่อนหน้านี้ไม่พบความผิดปกติ ดังนั้น แม้จะไม่พบความผิดปกติ แต่ทางดีเราควรเช็คสุขภาพประจำปี และหากมีพฤติกรรมเสี่ยงหรือกลัวว่าตัวเองจะเป็นโรคนี้ก็ควรการตรวจภายใน ตรวจคัดกรองมะเร็งปาดมดลูกเป็นประจำทุกปี จะได้มั่นใจว่าเราปลอดภัยไร้โรค 100% 

 

 


ศูนย์รักษาเฉพาะทาง