คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยเข้าเฝือก

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยเข้าเฝือก

เฝือก คือ อุปกรณ์ที่ใช้ดามกระดูกและข้อ เพื่อให้ส่วนนั้นอยู่นิ่งๆ และใช้ป้องกันเนื้อเยื่่ออื่นๆที่ได้รับบาดเจ็บ ลดอาการปวดบวม และส่งเสริมให้กระดูกที่หักติดดีดังเดิม ซึ่งเฝือกใช้เวลาแข็งตัวประมาณ 3 - 5 นาที แต่ยังมีสภาพเปียกชื้น และ บุบง่ายอยู่ ต้องใช้เวลา 1 - 2 วัน จึงจะแห้งสนิท เฝือกที่แข็งตัวจะมีความแข็งแรงและน้ำหนักจะเบาลงกว่าที่เปียกชื้น

การดูแลเฝือก

ในระยะ 3 วันแรก หลังใส่เฝือก ป้องกันเฝือกแตกหัก หรือ บุบ ในระหว่างที่เปียกชื้นให้วางเฝือกบนวัสดุนิ่ม เช่น หมอน หลีกเลี่ยงการวางเฝือกบนวัสดุแข็ง เช่น พื้นปูน ประคองเฝือกในระหว่างที่เคลื่อนย้าย หรือ ลุกจากเตียงอย่างระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการกดหรือบีบเฝือกเล่น วางเฝือกในที่โล่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่ใช้ผ้าห่มคลุมบนเฝือก การใช้พัดลมเป่าจะช่วยให้เฝือกแห้งเร็วขึ้น ห้ามนำเฝือกไปผิงไฟหรือ เปียกน้ำ

การปฏิบัติเมื่อเฝือกแห้งดีแล้ว

  1. ดูแลไม่ให้เฝือกเปียกน้ำ หรือ สกปรก เวลาอาบน้ำให้ใช้ถุงพลาสติกหุ้มเฝือกไว้ อาจใช้ถุงสวมทับหลายๆชั้น โดยการมัดปากถุงที่ละระดับ จะช่วยกันน้ำได้ดียิ่งขึ้น
  2. ไม่ควรให้เฝือกเป็นตัวรับน้ำหนักเต็มที่ ยกเว้นมีส้นยางเป็นตัวรับน้ำหนัก หรือ ลงน้ำหนักได้เมื่อแพทย์อนุญาต

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากการเข้าเฝือก

  1. เฝือกหลวมเนื่องจากอวัยวะในเฝือกยุบบวมลง
  2. เฝือกคับหรือแน่นเกินไป จากการบวมของเนื้อเยื่อที่ได้รับบาดเจ็บ
  3. การเข้าเฝือกนานเกินไป ทำให้ข้อยึดติดแข็ง
  4. การถอดเฝือกออกเร็วเกินไป โดยที่กระดูกยังไม่ติด ทำให้มีการเคลื่อนของบริเวณกระดูกที่หัก อาจเกิดกระดูกติดผิดรูป ติดช้า หรือ ไม่ติด

คำแนะนำ

  1. เกร็งกล้ามเนื้อที่อยู่ใต้เฝือกบ่อยๆ และเคลื่อนไหวส่วนที่อยู่ภายนอกเฝือก หรือ ข้อต่างๆที่อยู่ใกล้เคียง เช่น ใส่เฝือกขาควรกระดิกนิ้วเท้าขึ้น-ลง เกร็งกล้ามเนื้อน่องและออกกำลังกายยกขาขึ้น-ลงบ่อยๆ เข้าเฝือกแขนให้เคลื่อนไหวหัวไหล่ กำ-แบมือบ่อยๆ
  2. ห้ามตัดเฝือก สำลี หรือ วัสดุ รองรับเฝือกออกเองฃ
  3. อย่าให้เฝือกกระทบของแข็งโดยตรงจนแตกยุบ หรือ เหยียบลงบนพื้นแข็งโดยไม่ได้รับอนุญาตจากแพทย์
  4. ห้ามทำให้เฝือกเปียก หรือ ลนด้วยความร้อนเพื่อให้แห้ง
  5. ห้ามใช้วัสดุของแข็งแหย่เข้าไปในเฝือก เพราะอาจทำให้ผิวหนังถลอกมีแผล  บางครั้งวัสดุนั้นอาจหลุดเข้าไปในเฝือก ทำให้เกิดแผลกดทับบนผิวหนัง ซึ่งอาจเกิดการติดเชื้อตามมา ถ้ามีอาการคันให้ใช้แอลกอฮอล์หยดในเฝือกแล้วใช้พัดลมเป่า หรือ อาจจะใช้ Spray แก้คันฉีดในเฝือกตามคำแนะนำของแพทย์
  6. ยกส่วนแขนหรือขาที่เข้าเฝือกให้สูงอยู่เหนือระดับหัวใจเสมอ เพื่อช่วยให้เกิดการไหลเวียนโลหิตที่ดีและลดอาการบวม
    • เวลานั่งหรือนอน ให้ใช้หมอนหนุนแขนหรือขาที่เข้าเฝือก
    • เวลาเดินหรือยืน ให้ใช้ผ้าคล้องคอสำหรับผู้ที่ใส่เฝือกที่แขน
  7. มาพบแพทย์ตามนัด
  8. ถ้ามีอาการผิดปกติดังนี้ ให้มาก่อนนัด
    • ปวดบริเวณที่ใส่เฝือกมากขึ้น
    • นิ้วมือหรือเท้าข้างที่เข้าเฝือกมีสีเขียวคล้ำหรือ ซีด บวมมากขึ้น หรือ ชา
    • ไม่สามารถขยับนิ้วมือหรือนิ้วเท้าข้างที่ใส่เฝือก
    • มีเลือด  น้ำเหลือง หรือ หนอง ไหลออกมาจากเฝือก หรือ มีกลิ่นเหม็น
    • เฝือกหลวม แตกร้าว หรือ หลุด

  ข้อควรปฏิบัติภายหลังการถอดเฝือก

  1. ทำความสะอาดผิวหนังบริเวณนั้นเบาๆ ด้วยสบู่และน้ำ อาจทาน้ำมันหรือโลชั่น เพื่อให้ผิวหนังชุ่มชื้น
  2. เริ่มเคลื่่อนไหวข้อที่ถอดเฝือกออกทันทีที่ทำได้
  3. ถ้ามีอาการบวมหลังจากเดินหรือนั่งห้อยแขน ขา ควรยกแขน ขา ให้สูงกว่าลำตัว โดยให้วางบนหมอนและขยับข้อบริเวณใกล้เคียงบ่อยๆ เช่น ถ้าใส่เฝือกที่แขน กำ-แบมือบ่อยๆ เช่น ถ้าใส่เฝือกที่แขน กำ-แบมือบ่อยๆ ถ้าใส่เฝือกที่ขาให้กระดกข้อเท้า ขึ้น-ลง บ่อยๆ
  4. ไม่ควรใช้งานเต็มที่จนกว่ากล้ามเนื้อจะแข็งแรงเหมือนเดิม

ศูนย์รักษาเฉพาะทาง